ที่ดินเด่นๆประจำเดือนมีนาคม ทิวทัศน์สวยงาม บรรยากาศเงียบสงบ ริมแม่น้ำโขง






33. ที่ดินริมแม่น้ำโขง เห็นทิวทัศน์แม่น้ำ ภูเขาสวย บรรยากาศดีมาก เนื้อที่ 144 ไร่ มีไฟฟ้า ประปาผ่าน เหมาะกับทำรีสอร์ท บ้านพักตากอากาศหรือสวนผลไม้ ราคาไร่ละ 550,000 บาท หลักฐาน นส 3 ก


34. ที่ดินริมแม่น้ำโขงติดถนนทางหลวง เห็นทิวทัศน์แม่น้ำ ภูเขาสวย บรรยากาศดีมาก เนื้อที่ 23 ไร่ 1 งาน 58 ตารางวา มีไฟฟ้า ประปาผ่าน เหมาะกับทำรีสอร์ท บ้านพักตากอากาศหรือสวนผลไม้ ราคาไร่ละ 220,000 บาท หลักฐานโฉนดที่ดิน ต่อรองได้


35.ที่ดินริมแม่น้ำโขงติดถนนทางหลวง เห็นทิวทัศน์แม่น้ำ ภูเขาสวย บรรยากาศดีมาก เนื้อที่ 7 ไร่ 70 ตารางวา มีไฟฟ้า ประปาผ่าน เหมาะกับทำรีสอร์ท บ้านพักตากอากาศหรือสวนผลไม้ ราคาไร่ละ 200,000 บาท หลักฐานโฉนดที่ดิน ต่อรองได้


36. ที่ดินริมแม่น้ำโขงติดถนนทางหลวง เห็นทิวทัศน์แม่น้ำ ภูเขาสวย บรรยากาศดีมาก เนื้อที่ 10 ไร่ มีไฟฟ้า ประปาผ่าน เหมาะกับทำรีสอร์ท บ้านพักตากอากาศหรือสวนผลไม้ ราคาไร่ละ 600,000 บาท หลักฐานโฉนดที่ดิน ต่อรองได้



หมายเหตุ สนใจที่ดินมีหลักฐาน ราคาถูก ยังมีอีกหลายแปลง ติดต่อ โทร : 082-1187327, 086-7131586
mail :
supagon99@gmail.com
http://teedin-dee-dee.blogspot.com

แนะนำแหล่งท่องเที่ยวในจังหวัดเลย






อำเภอเมือง

ศาลเจ้าพ่อกุดป่อง ตั้งอยู่ห่างจากหอนาฬิกาประมาณ 50 เมตร อยู่ติดกับศาลหลักเมือง เป็นศาลเก่าแก่ และในวันสำคัญก็จะมีการนำดอกไม้ธูปเทียนมาบูชา ซึ่งประชาชนเคารพนับถือมากแห่งหนึ่ง
สวนสาธารณะกุดป่องตั้งอยู่ด้านหลังศาลเจ้าพ่อกุดป่อง มีคูน้ำล้อมรอบ ภายในสวนสาธารณะตกแต่งด้วยไม้ดอกไม้ประดับต่าง ๆ อย่างสวยงาม ดูร่มรื่นและเป็นระเบียบ ประชาชนใช้เป็นที่พักผ่อนหย่อนใจและออกกำลังกาย

สวนสาธารณะเฉลิมพระเกียรติฯ ป่าเลิงใหญ่ เป็นสวนสาธารณะขนาดใหญ่ มีเนื้อที่ประมาณ 2 ไร่ มีการจัดสวนไม้ดอกไม้ประดับ เพื่อการพักผ่อนหย่อนใจ โดยพื้นที่รอบสวนสาธารณะเป็นแม่น้ำเลย ตั้งอยู่ตรงข้ามด้านหน้าเทศบาลเมืองเลย ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถเดินผ่านสะพานแขวนเข้าไปเที่ยวชมได้อย่างสะดวกสบาย

อำเภอภูเรือ

อุทยานแห่งชาติภูเรือ อุทยานแห่งชาติภูเรือ อยู่ห่างจากจังหวัดเลย ประมาณ 48 กิโลเมตร โดยเดินทางไปโดยทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 203 ถึงอำเภอภูเรือ จะมีป้ายอุทยานแห่งชาติอยู่ปากทางเข้าซึ่งอยู่ข้างที่ว่าการอำเภอภูเรือ (มาจากจังหวัดเลย ป้ายจะอยู่ทางด้านขวามือ มาจากจังหวัดเพชรบูรณ์ ป้ายจะอยู่ทางด้านซ้ายมือ) จากปากทางเข้าเดินทางต่อไปอีก ประมาณ 4 กิโลเมตร ก็ถึงที่ทำการอุทยานแห่งชาติ ถนนภายในอุทยานแห่งชาติเป็นถนนลาดยาง เป็นถนนบนภูเขา บางช่วงมีความลาดชัน นักท่องท่องเที่ยวควรขับขี่ด้วยความระมัดระวัง ใช้เกียร์ต่ำ มิฉะนั้นจะทำให้เบรคไหม้ได้
สถานที่ท่องเที่ยวบนอุทยานแห่งชาติภูเรือ

ผาโหล่นน้อย เป็นจุดชมพระอาทิตย์ขึ้นที่สวยงาม สามารถมองเห็นภูหลวง ภูผาสาด ภูครั่งและทะเลภูเขา อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานแห่งชาติ ประมาณ 3 กิโลเมตร

ผาซำทองหรือผากุหลาบขาว เป็นหน้าผาสูงชันและเป็นแหล่งน้ำซับ ประกอบกับมีไลเคนที่มีสีเหลืองคล้ายสีทอง ซึ่งเรียกว่า “ผาซำทอง” เป็นจุดชมทิวทัศน์อีกจุดหนึ่ง อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานแห่งชาติ ตามเส้นทางที่จะไปผาโหล่นน้อยประมาณ 2.5 กิโลเมตร

น้ำตกห้วยไผ่ เป็นน้ำตกสูงชัน สูงประมาณ 30 เมตร สายน้ำพุ่งแรงใสสะอาด อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานแห่งชาติประมาณ 2 กิโลเมตร เป็นแหล่งน้ำที่สำคัญในการใช้ทำน้ำประปาในอำเภอภูเรือ

ยอดภูเรือ เป็นจุดที่สูงที่สุดในเขตอุทยานแห่งชาติ อยู่สูงประมาณ 1,365 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง เป็นหน้าผาสูงชัน พื้นที่โดยรอบปกคลุมด้วยป่าสนเขา ทั้งสนสองใบและสนสามใบ สลับกับลานหินธรรมชาติ ต้องเดินขึ้นเขาจากผาโหล่นน้อยมาประมาณ 700 เมตร จากจุดนี้สามารถมองเห็นทัศนียภาพที่สวยงามได้รอบด้านกระทั่งเห็นแม่น้ำเหือง และแม่น้ำโขง ซึ่งกั้นพรมแดนไทย – ลาว บนยอดเรือยังเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปนาวาบรรพต ซึ่งชาวภูเรืออัญเชิญมาจากอยุธยาด้วย จากยอดภูเรือมีเส้นทางเดินป่าผ่านบริเวณที่มีดอกไม้เล็กๆ เช่น กระดุมเงิน ดาวเรืองภู เปราะภู ซึ่งออกดอกสวยงามในช่วงหน้าหนาว ที่ป่าสนบริเวณ ทุ่งกวางตาย มีดอกกระเจียวบานในช่วงต้นฤดูฝนราวเดือนพฤษภาคม นอกจากนั้นยังมี ลานหินพานขันหมาก เป็นลานหินแตกเป็นรอยตื้นๆ ที่จะพบดอกไม้ที่ชอบขึ้นตามลานหิน เช่น เอื้องม้าวิ่ง อยู่ทั่วไป เส้นทางเดินป่าจะวกกลับไปลานกางเต็นท์ในบริเวณที่ทำการอุทยานแห่งชาติ

สวนหินพาลี เป็นลานหินกว้างใหญ่ เต็มไปด้วยก้อนหินรูปทรงแปลกตาตั้งอยู่เรียงราย บางก้อนคล้ายเสาหินสูง บางก้อนคล้ายดอกเห็ด สวนหินพาลีอยู่ใกล้บริเวณลานกางเต็นท์

ถ้ำไทร
อยู่ห่างจากศูนย์บริการนักท่องเที่ยวที่ 2 (ภูสน) ประมาณ 500 เมตร ทางด้านทิศตะวันตกเฉียงใต้ ถ้ำไทรเป็นถ้ำหินทราย ปากทางเข้าถ้ำจะแคบมากต้องลงในทางดิ่งประมาณ 30 เมตร เมื่อถึงที่ราบภายในถ้ำจะเป็นห้องโถงขนาดใหญ่ กว้างประมาณ 30 เมตร ยาวประมาณ 150 เมตร ภายในถ้ำประกอบด้วยหินทรายเป็นแผ่นๆ ซึ่งจะอยู่ตามเพดานถ้ำ ส่วนพื้นล่างจะเป็นลักษณะเม็ดทรายที่ไหลมากับน้ำ และในบริเวณปลายสุดของถ้ำจะมีสายธารน้ำไหลตลอดเวลา บางช่วงจะมีลักษณะเป็นน้ำตกที่เกิดภายในถ้ำ และเมื่อสายน้ำกระทบแสงไฟจะเกิดเป็นประกายที่สวยงาม ภายในถ้ำจะมีค้างคาวอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก

แหล่งท่องเที่ยวอื่นๆ อุทยานแห่งชาติยังมีจุดเด่นที่สวยงามอีกหลายแห่ง เช่น ลาดหินแตก หินค้างหม้อ หินวัวนอน หินพระศิวะ สวนหินเต่า ศาลารับเสด็จ ลาดเหมือนแอ ลานสาวเอ้ ทุ่งหินเหล็กไฟ น้ำตกแก่งสุข และสระสวรรค์ ตามตำนานรักภูทุ่ง (ภูเรือ) และภูครั่ง เป็นต้น

อำเภอนาแห้ว

อุทยานแห่งชาติภูสวนทราย (นาแห้ว)

การเดินทาง โดยทางรถยนต์

1.จากกรุงเทพฯ สู่จังหวัดเลย และเดินทางจากจังหวัดเลยโดยใช้เส้นทางหมายเลข 203 ระยะทาง 68 กิโลเมตร ถึงทางแยกบ้านโคกงามเลี้ยวขวาตามเส้นทางหมายเลข 2031 ระยะทาง 12 กิโลเมตร ถึงอำเภอด่านซ้าย เลี้ยวขวาตามเส้นทางหมายเลข 2113 ไปอีก 32 กิโลเมตร ถึงอำเภอนาแห้ว จากอำเภอนาแห้วเดินทางต่ออีก 4 กิโลเมตร ถึงบ้านเหมืองแพร่ เลี้ยวซ้ายตามเส้นทาง หมายเลข1268 ผ่านตำบลแสงภา และเลี้ยวขวาตามทางแยกบนทางหลวงหมายเลข 1268 หลักกิโลเมตรที่ 0 อีกประมาณ 3 กิโลเมตร ถึงที่ทำการอุทยานแห่งชาติภูสวนทราย(นาแห้ว)2. จากกรุงเทพฯ สู่อำเภอหล่มสัก จังหวัดเพชรบูรณ์ และเดินทางจากอำเภอหล่มสัก ใช้เส้นทางหมาเลข 203 จนถึงบ้านโป่งชีเลี้ยวซ้ายตามเส้นทางหมายเลข2014ถึงอำเภอด่านซ้ายเลี้ยวซ้ายตามเส้นทางหมายเลข 2113 ไปอีก 32 กิโลเมตร ถึงอำเภอนาแห้ว จากอำเภอนาแห้วเดินทางต่ออีก 4 กิโลเมตร ถึงบ้านเหมืองแพร่ เลี้ยวซ้ายตามเส้นทางหมายเลข 1268 ผ่านตำบลแสงภาและเลี้ยวขวาตามทางแยกบนทางหลวงหมายเลข 1268 หลักกิโลเมตรที่ 0 อีกประมาณ 3 กิโลเมตรถึงที่ทำการอุทยานแห่งชาติภูสวนทราย(นาแห้ว)3. จากจังหวัดพิษณุโลก-อำเภอชาติตระการ-บ้านบ่อภาค ถึงกิโลเมตรที่ 50 เลี้ยวขวาเข้าเส้นทางหมายเลข 1268 ผ่านบ้านร่มเกล้า ผ่านตำบลเหล่ากอหก ถึงหลักกิโลเมตรที่ 0 อีกประมาณ 3 กิโลเมตร ถึงที่ทำการอุทยานแห่งชาติภูสวนทราย(นาแห้ว)

สถานที่ท่องเที่ยวอำเภอนาแห้ว

หินสี่ก้อน
อยู่บนเทือกเขาภูตีนสวนทราย ด้านทิศใต้จะมีหินอยู่ 4 ก้อน โผล่ขึ้นกลางป่าดงดิบ เป็นเสมือนประตูภูตีนสวนทราย ชาวบ้านขึ้นสักการะทุก 3 ปี ภาษาชาวบ้านเรียกว่า 2 ปีหาม 3 ปีครอบ คือ ขึ้นไปทำบุญ 1 ครั้ง แล้วเว้นไปอีก 2 ปี ขึ้นไปสักการะอีก เรียกว่า บุญภูใหญ่หรือบุญสวนเมี่ยง จะทำปลายเดือน 3 ต้นเดือน 4 ไม่กำหนดวันที่แน่นอน

น้ำตกคิ้ง อยู่ในลำน้ำแพร่มีลักษณะเป็นแก่งหินลดหลั่นกันลงมา 2-3 ชั้น ตั้งอยู่ริมทางหลวงจังหวัดหมายเลข 1268 สายแสงภา-เหล่ากอหก อยู่เลยน้ำตกวังตาดมา 1.2 กิโลเมตร จุดนี้ทางราชการได้ก่อสร้างเรือนประทับ ถวายสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี ซึ่งเสด็จเมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2534

น้ำตกวังตาด อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานแห่งชาติ ประมาณ 4 กิโลเมตร ตามทางหลวงจังหวัดหมายเลข 1268 มีทางเดินเลาะไหล่เขาลงไปถึงน้ำตก ประมาณ 70 เมตร น้ำตกวังตาดเป็นน้ำตกขนาดเล็กมี 2 ชั้น สายน้ำไหลตกลงมาจากผาหินสูงประมาณ 5 เมตร กระทบก้อนหินใหญ่ลงสู่แอ่งน้ำเบื้องล่าง บรรยากาศสงบเงียบเหมาะสำหรับแวะพักผ่อน

น้ำตกผาค้อ อยู่ในลำน้ำเหือง ใช้ลำน้ำนี้เป็นเส้นแบ่งเขตพรมแดน ระหว่าง ไทย-ลาว สภาพโดยทั่วไป รอบพื้นที่น้ำตกมีต้นไม้ที่สมบูรณ์ อากาศร่มรื่นดีมาก เหมาะแก่การพักผ่อนอย่างแท้จริง

น้ำตกตาดเหือง
อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานแห่งชาติ 25 กิโลเมตร น้ำตกตาดเหืองเกิดจากลำน้ำเหือง ซึ่งเป็นเส้นแบ่งพรมแดนไทย-ลาว สายน้ำไหลลงมาจากหน้าผาสูง 30 เมตร ไหลลดหลั่นกัน 3 ชั้น มีน้ำไหลตลอดปี สภาพป่าบริเวณรอบ ๆ ร่มรื่นดีมาก เหมาะสำหรับการพักผ่อน น้ำตกตาดภา เป็นน้ำตกสูงประมาณ 60 เมตร ลดหลั่นกันเป็นชั้น

น้ำตกตาดภา เป็นน้ำตกสูงประมาณ 60 เมตร ลดหลั่นกันเป็นชั้น ซึ่งอยู่ใกล้บ้านแสงภา

น้ำตกช้างตก
อยู่เหนือน้ำตกคิ้งขึ้นไปประมาณ 500 เมตร อยู่ในลำน้ำแพร่เช่นกัน แต่มีความลาดชันมากกว่า

หินก่วยหล่อ
อยู่บนภูตีนสวนทรายเป็นหินทราย รูปร่างคล้ายดอกเห็ดตูมก้อนเดียวโผล่ขึ้นมากลางป่าดงดิบ ความโตโดยรอบประมาณ 19 เมตร สูงประมาณ 4 เมตร รอบ ๆ หินมีร่องรอยเหมือนมีคนมาขุดเป็นร่องน้ำไว้ แต่โดยความจริงธรรมชาติเป็นผู้สร้างขึ้นมาเอง

จุดชมวิว เนิน 1408
อยู่บนภูสวนทราย เมื่อมองลงไปทางทิศตะวันออก และทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ จะเห็นบ้านบ่อเหมืองน้อย ทิวทัศน์ของป่าเต็งรังบ้านแสงภา อำเภอนาแห้ว จุดนี้หากขึ้นไปรอดูพระอาทิตย์ขึ้นในยามเช้าจะสวยงามมาก บริเวณนี้เป็นที่ราบสันเขายาว หมาะที่จะเดินพักผ่อนยิ่งนัก นับว่าเป็นใจกลางของอุทยานแห่งชาตินาแห้วอย่างแท้จริง

จุดชมวิว เนิน 1205 เป็นจุดชมวิวในระยะใกล้จะเห็นบ้านห้วยน้ำผักอยู่ด้านล่างและเห็นวิวภูสอยดาวภูเวียงในประเทศลาว เป็นวิวทางด้านทิศเหนือจะเห็นภูเขาสลับซับซ้อนกันสุดสายตาที่จุดชมวิวมีลมพัด

เส้นทางดูนก เส้นที่ 1 ทางเข้าบ้านพัก-ฐาน ตชด จุดเริ่มต้นเดินทางเข้าบ้านพักนักท่องเที่ยว-ฐาน ตชด. เก่า มีจุดชมนกลงกินและอาบน้ำ ทางอุทยานแห่งชาติจัดทำบังไพรไว้บริการ เส้นทางเส้นนี้มีต้นไทรอยู่หลายต้น ส่วนมากลูกไทรจะสุกประมาณ เดือนตุลาคม-มกราคม ของทุกปี ระยะทางประมาณ 2.5 กิโลเมตร เวลาในการดูนกอย่างน้อย 2 ชั่วโมง นกที่พบได้แก่ เหยี่ยวนกเขาหงอน ไก่ฟ้าหลังขาว นกตั้งล้อ นกขุนทอง นกปากนกแก้วหางสั้น นกมุ่นนรกคอแดง นกเสือแมลงหัวขาว นกกินแลงหัวสีทอง นกภูหงอนหัวน้ำตาลแดง นกอีเสือหลังเทา และนกกระเบื้องผา เป็นต้นเส้นที่ 2 เก้าเลี้ยว-หินสี่ทิศ เส้นทางนี้เดินตามเส้นทางศึกษาธรรมชาติ ควบคู่ไปกับการดูนกจะเป็นเส้นทางขึ้นเขา แล้วเดินบนสันเขา สภาพป่าเป็นป่าดิบเขา ถ้าใช้เส้นทางนี้ควรมีอาหาร น้ำ ยากันยุง และถุงกันทากติดตัวไปด้วย ระยะทางประมาณ 4 กิโลเมตร ใช้เวลาในการดูนกอย่างน้อย 5 ชั่วโมง นกที่พบได้แก่ นกกระทาดงอกสีน้ำตาล นกกระทางดงแข้งเขียว นกมูม นกเปล้าหน้าเหลือง นกแว่นสีเทา นกเสือแมลงหัวขาว นกระวังไพรปากแดงยาว และนกพญาปากกล้างหางยาว เป็นต้นเส้นที่ 3 ทับกอสอด-เนินสำนึกบาป เส้นทางนี้จะแยกจากเส้นที่ 1 บริเวณกิโลเมตร 7-8 สภาพป่าเป็นป่าไผ่ และป่าดิบเขามีต้นไทรหลายต้น มีลำห้วยตลอดเส้นทาง ส่วนมากจะเดินไปกลับทางเดิม ฤดูฝนจะมีทากควรมียาทาป้องกันและถุงกันทาก ระยะทางประมาณ 3.5 กิโลเมตร ใช้เวลาในการดูนกอย่างน้อยประมาณ 4 ชั่วโมง นกที่พบได้แก่ นกปากนำแก้วหูเทา นกปากนกแก้วหางสั้น นกมุ่นรกคอแดง นกกระติ๊ดเขียว นกไผ่ ไก่ฟ้าหลังขาว นกเปล้าท้องขาวล นกขุนทอง นกเอี้องถ้ำ และนกเขนน้ำหลังเทา เป็นต้นเส้นที่ 4 เก้าเลี้ยว-ตก.2 เส้นนี้จะเดินตามเส้นทางศึกษาธรรมชาติเส้นเดียวกับเส้นที่ 2 แล้วเลี้ยวซ้ายเดินตามสันเขาไป ตก.2 เส้นนี้จะมีนกมากมายหลายชนิด สภาพป่าเป็นป่าดิบเขา แล้วเดินลงทางเข้าบ้านห้วยน้ำผัก ระยะทางประมาณ 7 กิโลเมตร ควรเตรียมอาหาร น้ำ และเครื่องใช้ส่วนตัวให้พร้อม ส่วนมากนักท่องเที่ยวจะนอนพักค้างแรมบริเวณลานกางเต็นท์ ตก.2 จุดที่สูงที่สุดในอุทยานแห่งชาติ นกที่พบได้แก่ นกจู๋เต้นคิ้วยาว นกบั้งรอกใหญ่ นกไต่ไม้หน้าผากกำมะหยี่ นกติ๊ดแก้มเหลือง นกเสื้อแมลงปีกแดง นกหัวขาวนแดงหลังลาย นกหัวขวานสี่นิ้วหลังทอง และนกหัวขวานสามนิ้วหลังทอง เป็นต้นเส้นที่ 5 ภูสามร้อย-ต้นผึ้ง ระยะทางระหว่าง กิโลเมตร 7-9 จะเป็นเส้นทางที่เหมาะสำหรับ คนที่ไม่ชอบขึ้นเขาเดินดูนกตามถนนลาดยาง ป่าสองข้างทางเปิดโล่งมองเห็นกว้างไกล เส้นนี้จะพบนกหายากหลายชนิดด้วยกัน ได้แก่ นกปีกแพรสีเขียว นกจาบคาเคราน้ำเงิน นกกระติ๊ดเขียว นกไผ่ นกระวังไพรปากแดงยาว นกพญาไฟใหญ่ นกขุนแผนหัวแดง นกพญาปากกว้างหางยาว นกพญาปากกว้างงอกสีเงิน นกเสือแมลงหน้าสีตาล และนกแซวสวรรค์ เป็นต้นเส้นที่ 6 หน่วยพิทักษ์ฯ-ฐานทหารเก่า เส้นนี้จะเป็นเส้นทางดูนกที่อยู่หน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติ ที่ 1 สภาพป่าเป็นป่าเต็งรัง ฤดูแล้งสามารถดูนกลงกินน้ำ อาบน้ำ มีนกหลายชนิด ทางอุทยานแห่งชาติจัดทำบังไพรไว้บริการ เส้นนี้มีนกที่พบได้แก่ นกอัญชันป่าขาเทา นกเขียวก้านตองหน้าผากสีทอง นกหัวขวานเขียวป่าไผ่ นกหัวขวานสี่นิ้วหลังทอง นกหัวขวานสามนิ้วหลังทอง นกคัดคูมรกต นกโพระดกธรรมดา นกแซวสวรรค์ นกกินแมลงหัวสีทอง นกหัวขวานจิ๋วคิ้วขาว และนกเค้าลงดง เป็นต้น

อำเภอภูกระดึง

สถานที่ท่องเที่ยวอำเภอภูกระดึง

อุทยานแห่งชาติภูกระดึง ได้รับการประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติ ลำดับที่ 2 ของประเทศไทย เมื่อวันที่ 23 พฤศจิกายน 2505 ตั้งอยู่ในท้องที่ตำบลศรีฐาน อำเภอภูกระดึง จังหวัดเลย ครอบคลุมพื้นที่ 348.12 ตารางกิโลเมตร (217,575 ไร่) ลักษณะภูมิประเทศเป็นภูเขาหินทรายยอดตัด โดยมีที่ราบบนยอดภูกระดึง ประมาณ 60 ตารางกิโลเมตร (37,500 ไร่) ภูกระดึงมีระดับความสูงอยู่ระหว่าง 400-1,200 เมตรจากระดับน้ำทะเล จุดสูงสุดอยู่ที่บริเวณคอกเมย มีความสูง 1,316 เมตรจากระดับน้ำทะเล สภาพทั่วไปของภูกระดึง ประกอบไปด้วยพรรณไม้นานาชนิด พันธุ์สัตว์ป่านานาพันธุ์ หน้าผา ทุ่งหญ้า ลำธาร และน้ำตก อีกทั้งยังเป็นพื้นที่ต้นน้ำของลำน้ำพอง ซึ่งเป็นลำน้ำสายสำคัญสายหนึ่งของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ด้วยความสูง บรรยากาศ และสภาพอากาศที่เย็นสบายตลอดปี บนยอดภูกระดึง โดยเฉพาะในช่วงฤดูหนาว อุณหภูมิอาจลดต่ำจนถึง 0 องศาเซลเซียส จึงเป็นแรงจูงใจให้นักท่องเที่ยว ปรารถนาและหวังจะเป็นผู้พิชิตยอดภูกระดึง สักครั้งหนึ่งในชีวิต
ข้อห้ามต่างๆ ของอุทยานแห่งชาติภูกระดึงห้ามก่อไฟ เพื่อเป็นการรักษาสภาพธรรมชาติ ทางอุทยานห้ามมิให้มีการเก็บกิ่งไม้มาก่อไฟ สำหรับนักท่องเที่ยว ที่นำอาหารขึ้นไปประกอบ และหุงต้มเอง ขอให้จัดเตรียมเตาแก๊สขึ้นไปด้วย และประกอบการหุงต้ม ภายในบริเวณที่จัดไว้ให้เท่านั้น ห้ามนำสัตว์เลี้ยงขึ้นเขา เพื่อเป็นการป้องกันการเป็นพาหะนำโรคไปสู่สัตว์ป่า ทางอุทยานจึงได้มีการจัดเจ้าหน้าที่ดูแลและรับฝากสัตว์เลี้ยงแก่นักท่องเที่ยว ตลอด 24 ชม ห้ามนำโฟมเข้าในเขตอุทยานแห่งชาติ เพื่อเป็นการลดปริมาณมลพิษและขยะที่ย่อยสลายยากอุทยานแห่งชาติภูกระดึง ห้ามมิให้นำภาชนะที่ทำด้วยโฟม เข้าไปในเขตอุทยานแห่งชาติโดยเด็ดขาด ซึ่งดำเนินการตามประกาศกรอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ฉบับลงวันที่ 27 มกราคม 2546 เรื่อง ห้ามนำภาชนะที่ทำด้วยโฟมเข้าไปในเขตอุทยานแห่งชาติ

การเดินทาง

เดินทางโดยรถยนต์ สามารถเดินทางได้หลายเส้นทาง1) เดินทางผ่านจังหวัดสระบุรี เพชรบูรณ์ อำเภอหล่มสัก หล่มเก่า ด่านซ้าย ภูเรือ และอำเภอเมืองเลย เลี้ยวเข้าทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 201 (เลย-ขอนแก่น) และเลี้ยวเข้าทางหลวงจังหวัดหมายเลข 2019 เข้าสู่อุทยานแห่งชาติภูกระดึง 2) ใช้เส้นทางผ่านจังหวัดสระบุรี นครราชสีมา จนถึงจังหวัดขอนแก่นเลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 201 ผ่านอำเภอภูผาม่านและตำบลผานกเค้า เข้าสู่อุทยานแห่งชาติภูกระดึง 3) เดินทางผ่านจังหวัดสระบุรี อำเภอปากช่อง เลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวงแผ่นดิน หมายเลข 201 ผ่านจังหวัดชัยภูมิ อำเภอภูเขียว แล้วเลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 12 ผ่านอำเภอชุมแพ จากนั้นเดินทางเช่นเดียวกับเส้นทางที่ 2

เดินทางโดยเครื่องบิน โดยใช้เที่ยวบิน กรุงเทพฯ-ขอนแก่น กรุงเทพฯ-อุดรธานี ของสายการบินต่างๆ สอบถามข้อมูลเที่ยวบินและสายการบิน โทร. 0-2628-2000, 0-2515-9999, 0-2267-2999 และ 1318
โดยรถไฟ ขึ้
เดินทางรถไฟ ที่ที่สถานีรถไฟหัวลำโพงถึงสถานีรถไฟขอนแก่น ต่อรถโดยสารสายขอนแก่น-เลย ถึงอำเภอภูกระดึงแล้วต่อรถสองแถวเข้าอุทยานฯ สอบถามข้อมูลรถไฟ โทร. 0-2225-1300 ต่อ 5201 ,02223-0341-3

เดินทางโดยรถโดยสารประจำทาง ขึ้นรถโดยสารที่สถานีขนส่งภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (หมอชิต 2) สายกรุงเทพ-เมืองเลย

ผานกแอ่น
อยู่ห่างจากศูนย์บริการนักท่องเที่ยววังกวางประมาณ 2 กิโลเมตร และห่างจากหลังแป 2.5 กิโลเมตร ผานกแอ่นเป็นลานหินเล็กๆ มีสนขึ้นโดดเด่นริมหน้าผาต้นหนึ่ง เป็นจุดชมพระอาทิตย์ขึ้นที่งดงามยิ่ง อากาศสดชื่นเย็นสบาย มองเห็นทิวทัศน์เบื้องล่างซึ่งเป็นท้องทุ่งและเทือกเขา เห็นผานกเค้าได้ชัดเจน ริมทางเดินใกล้ผานกแอ่นเป็นสวนหินมีดอกกุหลาบป่าขึ้นอยู่เป็นดงใหญ่ จะบานสะพรั่งเต็มต้นในเดือนมีนาคม-เมษายน ผู้ที่ไปชมประอาทิตย์ขึ้นที่ผานกแอ่น ควรเตรียมไฟฉายสำหรับใช้ส่องทางไปด้วย

ผาหล่มสัก อยู่ห่างจากที่ทำการประมาณ 9 กิโลเมตร เป็นลานหินกว้าง และมีสนต้นหนึ่งขึ้นชิดริมผา ใกล้กับชะง่อนหินที่ยื่นออกไปในอากาศทางทิศใต้ บริเวณผาหล่มสักนี้ มองเห็นทิวทัศน์ของเทือกเขาสลับซับซ้อน ในเขตจังหวัดเพชรบูรณ์ และเป็นจุดหนึ่งที่จะชมพระอาทิตย์ตกได้อย่างชัดเจน และงดงามมาก ผู้ที่ไปชมประอาทิตย์ตกที่ผาหล่มสัก ควรเตรียมเสื้อกันหนาวและไฟฉายสำหรับใช้ส่องทางเวลาเดินกลับที่พัก ซึ่งโดยทั่วไปจะใช้เวลา 2-3 ชั่วโมง

สระแก้ว อยู่ห่างจากศูนย์บริการนักท่องเที่ยววังกวาง 1 กิโลเมตร อยู่ในส่วนต้นน้ำของลำธารสวรรค์ “ธารสวรรค์” ลักษณะเป็นวังน้ำลึกขนาดไม่กว้างนัก น้ำใสมากจนมองเห็นพื้นหินขาวสะอาด เป็นแหล่งน้ำของสัตว์ป่าจำนวนมาก ต่อจากบริเวณสระแก้วมีทางเดินชมธรรมชาติผ่านลานหิน ซึ่งมีดอกหรีดสีม่วงอมน้ำเงินเกสรสีเหลือง ขึ้นอยู่เป็นทุ่งไปจนถึงผานาน้อย แยกซ้ายไปจะพบกับผาจำศีล ซึ่งมีลานหินกว้างพอให้นั่งพักผ่อน จากผาจำศีลประมาณ 600 เมตร จะถึงผาหมากดูก หากแยกขวาจะผ่านผาเหยียบเมฆและผาแดง แล้วก็จะถึงผาหล่มสัก

สระอโนดาด อยู่ห่างจากศูนย์บริการนักท่องเที่ยว 2.7 กิโลเมตร เป็นสระน้ำขนาดไม่ใหญ่นักที่มีต้นสนขึ้นเป็นแนวแน่นขนัด ใกล้กันยังมีลานกินรีซึ่งเป็นสวนหินธรรมชาติที่อุดมไปด้วยพรรณไม้ทั้งพวกกินแมลงอย่างดุสิตา หยาดน้ำค้าง หรือเฟิน เช่น กระปรอกสิงห์ บนหินยังมีไลเคนขึ้นอยู่เต็มไปหมด

น้ำตกเพ็ญพบใหม่ เกิดจากลำธารวังกวาง น้ำตกผ่านผาหินรูปโค้ง ในหน้าหนาว ใบเมเปิ้ลที่อยู่บริเวณริมน้ำตก จะร่วงหล่นลอยไปตามผิวน้ำ ยามแดดสาดส่องผ่านลงมา จะเป็นสีแดงจัดตัดกับสีเขียวขจีของตะไคร่น้ำตามโขดหิน ลำธารวังกวางเป็นต้นกำเนิดน้ำตกที่มีชื่ออีกแห่งหนึ่ง คือ น้ำตกโผนพบ ซึ่งตั้งชื่อเป็นเกียรติแก่ โผน กิ่งเพชร นักชกแชมป์เปี้ยนโลกคนแรกของชาวไทย ในฐานะเป็นผู้ค้นพบคนแรก เมื่อคราวที่ขึ้นไปซ้อมมวยให้ชินกับอากาศหนาว ก่อนเดินทางไปชกในต่างประเทศ

น้ำตกตาดฮ้อง เป็นน้ำตกขนาดใหญ่ 3 ชั้น เกิดจากลำน้ำพอง ซึ่งไหลลงมาจากภูกระดึงด้านหุบเขาตะวันตกเฉียงเหนือ สองฝั่งของตาดฮ้องเป็นผาหินสูงชันมาก เมื่อน้ำตกผ่านผาหินกว้างที่ลดหลั่นเป็นชั้นๆ จึงทำให้เกิดเสียงดังกึกก้อง จากบริเวณน้ำตก มองเห็นแนวภูเขาเปลือยขวางอยู่ข้างหน้า น้ำตกตาดร้องอยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานแห่งชาติ ประมาณ 20 กิโลเมตร

น้ำตกวังกวาง เป็นน้ำตกอยู่ใกล้กับที่พักมากที่สุดในบรรดาน้ำตกบนภูกระดึง ระยะทางเพียง 750 เมตร จากจุดเริ่มต้นตรงบริเวณบ้านพัก ลักษณะน้ำตกเป็นผาหินสูง 7 เมตร ตัดขวางลำธาร ธารน้ำไหลลงยังวังน้ำเบื้องล่าง ซึ่งมีลักษณะคล้ายโพลงถ้ำมุดลงไปและบริเวณป่าใกล้ๆ ก็เป็นที่อยู่อาศัยของฝูงกวางมักจะลงมากินน้ำอยู่เสมอๆ จึงเรียกว่า “วังกวาง” บริเวณน้ำตกมีที่กว้างขวางให้ได้นั่งพักสบายๆ หลายมุม เพราะน้ำตกอยู่ไม่ไกล สามารถลงเล่นน้ำได้

น้ำตกถ้ำใหญ่ ห่างจากน้ำตกเพ็ญพบประมาณ 1 กิโลเมตร เส้นทางเดินไปสู่น้ำตกจะดูใกล้นิดเดียวสำหรับคนชอบธรรมชาติ ชมนกชมไม้ เพราะตลอดเส้นทางครอบคลุมไปด้วยป่าดิบเขาที่มีพรรณไม้ใหญ่และร่มครึ้มกว่าทุกเส้นทางน้ำตกอื่นๆ อาจได้พบต้นส้มกุ้ง (Begonia sp.) ออกดอกเป็นสีชมพู เกสรกลางสีเหลือง ชอบขึ้นตามทางในพื้นที่สูงอย่างป่าดงดิบเขา ในเส้นทางถ้ำใหญ่นี้มีทางเดินบางช่วงที่เลียบข้างลำห้วยเล็กๆ มีต้นเมเปิ้ลอยู่เป็นระยะๆ หากช่วงต้นมกราคม เส้นทางนี้จะแดงฉานด้วยใบเมเปิ้ลที่ร่วงหล่นเกลื่อนพื้นป่า ความสวยงามของน้ำตกถ้ำใหญ่จะแปลกตาด้วยโขดหินมหึมาวางทับซ้อนไม่เป็นระเบียบ ลำธารนี้ขนาบข้างด้วยต้นเมเปิ้ล ยามเมเปิ้ลแดงล่วงหล่น ขัดสีให้ลำธารหินเขียวสวยงามมีสีสันและมีชีวิตชีวาขึ้นมามากนัก


น้ำตกธารสวรรค์ จากน้ำตกถ้ำใหญ่ เมื่อออกสู่ป่าสนไม่ไกลนัก จะมีทางแยกบนลานหินสู่น้ำตกธารสวรรค์ ซึ่งอยู่ห่างจากที่พักตามเส้นทางป่าสน ผ่านลานองค์พระพุทธเมตตาเพียง 1.6 กม. เท่านั้น เป็นน้ำตกขนาดเล็ก

น้ำตกพระองค์ คล้ายกับน้ำตกถ้ำใหญ่ แต่เป็นน้ำตกขนาดเล็กกว่า เกิดจากลำธารพระองค์ไหลเป็นลำธารเล็กๆ แล้วดิ่งตกลงหน้าผาที่ไม่สูงมากนักสู่หินเบื้องล่าง ลำธารพระองค์นี้เป็นลำห้วยเล็กๆ ที่ไหลจากสระอโนดาต สระน้ำกลางป่าสนซึ่งไม่เคยเหือดแห้ง จึงมีน้ำไหลตลอดปี อยู่ห่างจากศูนย์บริการนักท่องเที่ยววังกวาง 4 กิโลเมตร

น้ำตกถ้ำสอเหนือ
อยู่ห่างจากศูนย์บริการนักท่องเที่ยววังกวาง 4.8 กิโลเมตร เป็นน้ำตกขนาดกลาง สูง 10 เมตร น้ำไหลมาจากผาเป็นม่านน้ำตก บริเวณเหนือน้ำตก มีดงกุหลาบแดง ซึ่งในช่วงฤดูร้อนจะผลิดอกสร้างสีสรรค์ให้กับบริเวณนี้สวยงามยิ่งขึ้น

น้ำตกถ้ำสอใต้ อยู่ถัดจากน้ำตกถ้ำสอเหนือลงไปตามลำน้ำประมาณ 500 เมตร เป็นน้ำตกขนาดเล็กที่เกิดจากหน้าผาหินถล่มลงไป สภาพภูมิประเทศไม่ได้อำนวยให้เกิดเป็นชั้นน้ำตกเหมือนแห่งอื่นๆ
น้ำตกเพ็ญพบ อยู่ห่างจากน้ำตกโผนพบ 800 เมตร เป็นน้ำตกที่ไม่สูงนัก ลำห้วยช่วงก่อนไหลลงน้ำตกเป็นลานหินกว้าง ลักษณะคล้ายแก่งที่เต็มไปด้วยหลุมกลม

ลานหินบริเวณองค์พระพุทธเมตตา อยู่ห่างจากศูนย์บริการนักท่องเที่ยววังกวาง 500 เมตร ลานหินบริเวณองค์พระนี้เป็นจุดชมพันธุ์ไม้บนลานหิน เช่น ดุสิตา กระดุมเงิน เอื้องม้าวิ่ง ที่อยู่ใกล้ที่สุด

วังอีเมือง อยู่ห่างจากน้ำตกตาดฮ้องลงมาประมาณ 3.2 กิโลเมตร บริเวณนี้มีแก่งที่สวยงามหลายแห่ง เหมาะสำหรับนั่งพักผ่อนและลงเล่นน้ำ

น้ำตกตาดห้วยวัว อยู่ห่างจากน้ำตกตาดฮ้องลงมาประมาณ 6.5 กิโลเมตร และห่างจากหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติที่ ภด.3 (นาน้อย) ประมาณ 4 กิโลเมตร ด้านบนมีแก่งหินเล็กๆ

ลานวัดพระแก้ว
หลังจากชมพระอาทิตย์ขึ้นที่ผานกแอ่นแล้ว สามารถเดินไปลานวัดพระแก้วซึ่งอยู่ห่างไปเพียง 500 เมตร เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปที่สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2463 บริเวณลานหินที่กว้างขวางมีพรรณไม้ดอกพวกดุสิตา เอื้องม้าวิ่ง ขึ้นอยู่ทั่วไป ในช่วงปลายฝนต้นหนาวจะพากันออกดอกอยู่เกลื่อนลาน

อำเภอด่านซ้าย

พระธาตุศรีสองรัก ซึ่งเป็นวัดเก่าแก่ศิลปะล้านช้างอันศักดิ์สิทธิ์ ที่นี่มีข้อปฏิบัติเกี่ยวกับองค์พระธาตุ คือ ไม่ควรนำสิ่งของทุกชนิดที่เป็น สีแดง ขึ้นไปนมัสการ เพราะเชื่อว่า สีแดง เป็นสัญลักษณ์ของเลือดและความรุนแรง ส่วนองค์พระธาตุนี้สร้างขึ้นเพื่อสัจจะและไมตรี เป็นที่เคารพบูชาของชาวด่านซ้าย ปกป้องรักษา อธิษฐานบนบานขอความช่วยเหลือที่ศักดิ์สิทธิ์วั
วัดโพนชัย อยู่ในตัวอำเภอด่านซ้าย สักการะพระพุทธรูปเก่าแก่ประจำด่านซ้าย และเยี่ยมชม พิพิธภัณฑ์ผีตาโขน ซึ่งอยู่ภายในวัดจัดให้ชมได้อย่างสวยงาม

วัดป่าเนรมิตวิปัสสนา ซึ่งก่อสร้างอย่างสวยงามอลังการบนภูเขา และสักการะพระพุทธชินราชจำลอง ที่สร้างได้สวยงามเหมือนองค์จริง

อำเภอวังสะพุง

พระพุทธบาทถ้ำผาบิ้งเลย

มีตั้งอยู่บริเวณวัดถ้ำผาบิ้ง บ้านผาบิ้ง ตำบลนาแก กรมศิลปากรจดทะเบียนเป็นโบราณสถานแห่งแรก ของจังหวัดเลยพร้อมกับพระธาตุศรีสองรัก เมื่อ พ.ศ. 2498 เมื่อนักท่องเที่ยวเดินเข้าไปในถ้ำจะ มองเห็น องค์พระพุทธบาทขนาดใหญ่อยู่บนเพดานถ้ำ ลวดลายและนิ้วพระบาทไม่ปรากฎเด่นชัด ขนาดกว้าง 2 ฟุต ยาว 3 ฟุตการเดินทางใช้เส้นทางสาย 201 (อำเภอเมือง-วังสะพุง) แล้วเลี้ยวขวา ตรงระหว่างกม.ที่ 323-324 เข้าไปตามทางอีก 7 กม. จะเห็นวัดอยู่ทางขวามือ ห่างจากอำเภอวังสะพุง ประมาณ 9 กม.

พระเจดีย์วัดป่าสัมมานุสรณ์ วัดป่าสัมมานุสรณ์

ทีบ้านโคกมน ตำบลผาน้อย ตั้งอยู่ห่างจากที่ว่าการวังสะพุงไปตามถนนราดยางสายอำเภอวังสะพุง-อุดรธานี ถึงสี่แยกโรงเรียนบ้านวังไท แยกซ้ายไปตามถนน รพช. อีก 9 กม. รวมระยะทางจากอำเภอถึงวัด 19 กม. มีพระเจดีย์วัดป่าสัมมานุสรณ์ สร้างตามแบบของกรมศิลปากรขนาดฐานองค์พระเจดีย์กว้างยาวด้านละ 25 เมตร สูง 33 เมตร ก่อสร้างด้วยโครงเหล็ก ก่ออิฐถือปูนและเคลือบด้วยกระเบื้องอย่างดี วัดป่าสัมมานุสรณ์นี้ เป็นวัดป่าวิปัสสนากัมมัฏฐาน สายพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต สร้างได้อย่างสวยงาม

เสมาหินทรายที่บ้านปากแบ่งและบ้านนาหลัก

ที่บ้านปากแบ่งและบ้านนาหลัก ตำบลวังสะพุงอยู่ห่างกัน 4 กม. โดยบ้านนาหลัก ตั้งอยู่ทางทิศเหนือ และบ้านปากแบ่งอยู่ทางทิศใต้ ทั้งสองแห่งเป็นหมู่บ้านเก่าแก่มานาน ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำเลย ปัจจุบันคือหมู่บ้านในตัวอำเภอวังสะพุง ใบเสมาบ้านปากแบ่งพบครั้งแรกเมื่อปลายปี พ.ศ. 2508 ลักษณะใบเสมามีลวดลายสลักรูปบัวบนฐาน เป็นแบบที่มีรูปพระสถูปเจดีย์ประทับอยู่ตรงกลางแผ่นเสมา โดยส่วนบนมีลักษณะรูปกรวยคล้ายกับยอดเจดีย์ที่พบในดินแดนอีสานทั่วไป ที่บ้านนาหลัก เป็นเสมาหินปักคู่สองหลัก แบบที่มีคู่สลักนูนขึ้นไปจากยอดเสมา เป็นรูปคล้าย ๆ กับสถูปเท่านั้น โดยไม่มีลวดลายใด ๆ และปี พ.ศ. 2519 พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติที่ขอนแก่นได้เก็บรักษาไว้ 1 หลัก จึงเหลือไว้ในสถานที่เดิมเพียง 1 หลักเท่านั้น กลุ่มเสมาหินที่พบในภาคอีสานแสดงให้เห็นถึง ลักษณะเฉพาะของวัฒนธรรมในภูมิภาคตั้งแต่โบราณ โบราณวัตถุที่พบในเขตนี้ทั้งของสมัยก่อนประวัติศาสตร์ด้วย เสมาหินที่พบส่วนมากเป็นศิลปะวัตถุแบบทวาราวดีและลพบุรี


ที่ดิน ขายที่ดิน บ้านและที่ดิน ขายที่ ซื้อที่ ที่ดินเปล่า ซื้อขายที่ดิน ซื้อที่ดิน ราคาที่ดิน ประกาศขายที่ดิน ประกาศซื้อขาย บ้าน

tag : ที่ดิน ขายที่ดิน บ้านและที่ดิน ขายที่ ซื้อที่ ที่ดินเปล่า ซื้อขายที่ดิน ซื้อที่ดิน ราคาที่ดิน ประกาศขายที่ดิน ประกาศซื้อขาย บ้าน

แนะนำแหล่งท่องเที่ยวใหม่ที่น่าสนใจในจังหวัดเลย







*** เชียงคานแหล่งท่องเที่ยวริมแม่น้ำโขงแห่งใหม่ที่น่าสนใจ ***

อำเภอเชียงคาน
เป็นอำเภอเล็กๆแห่งหนึ่งของจังหวัดเลย บรรยากาศคล้ายทางภาคเหนือมีความเงียบสงบและความบริสุทธิ์สดใสเสมือนสาวน้อยวัยละอ่อน บริสุทธิ์สดใส มีประเพณีและวัฒนธรรมที่งดงามซึ่งเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่น่าประทับใจ
ครั้งหนึ่ง ได้มาเยือนทำให้เกิดความรู้สึกประทับใจกับภาพที่งดงามของเชียงคาน เช่น สถาปัตยกรรมการออกแบบโบสถ์ที่งดงาม ซึ่งที่นี่มีวัดถึง 6 วัด จึงไม่น่าแปลกว่าที่คนที่นี่มีความสามัคคี มีน้ำใจ เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ โดยแต่ละบ้านจะมีการพาสมาชิกในครอบครัวใส่บาตรทุกเช้าโดยมีผู้ใหญ่เป็นต้นแบบ ซึ่งในวันสำคัญจะพาลูกหลานไปทำกิจกรรมที่วัดและปฏิบัติธรรมเป็นภาพที่งดงามอย่างยิ่ง
นอกจากนี้ เชียงคานมีเรือนไม้เก่าคลาสิคมองเห็นทิวทัศน์ที่สวยงามริมแม่น้ำโขงที่ยังคงอนุรักษ์ไว้ และยังมีแหล่งท่องเที่ยวอื่นๆเช่น


แก่งคุดคู้
ป็นแก่งหินใหญ่ขวางอยู่กลางลำน้ำโขง ห่างจากตัวอำเภอเชียงคานประมาณ 3 กิโลเมตร ประกอบด้วยหินก้อนใหญ่ ๆ เป็นจำนวนมากจากการที่หินเหล่านี้อยู่ใต้น้ำเป็นเวลานาน ทำให้หินเหล่านี้มีสีสันไปต่าง ๆ ตัวแก่ง กว้างใหญ่เกือบจรดสองฝั่งแม่น้ำโขง มีกระแสน้ำไหลผ่านไปเพียงช่องแคบ ๆ ใกล้ฝั่งไทยเท่านั้นเอง ซึ่งกระแสน้ำเชี่ยวกราก เวลาที่เหมาะจะชมแก่งคุดคู้ที่สุดคือ เดือนกุมภาพันธ์ถึงเดือนพฤษภาคม ซึ่งเป็นเวลาที่น้ำแห้ง มองเห็นเกาะแก่งชัดเจน บริเวณแก่ง มีร้านอาหารจำหน่ายมากมาย

ภูทอก
นับเป็นจุดที่เราสามารถชมวิวอำเภอเชียงคานและลำน้ำโขงได้เป็นอย่างดี ด้วยการที่ภูทอกเป็นภูเขาสูงริมแม่น้ำโขง เราจึงสามารถชมทิวทัศน์รอบๆ ได้ เช่นตัวอำเภอเชียงคาน

บ้านหาดเบี้ย
เป็นหมู่บ้านริมแม่น้ำโขง อาชีพของชาวบ้านในแถบนี้จะเก็บก้อนหินจากแม่น้ำโขงขึ้นมาขายทั้งที่เป็นรายได้เสริม และรายได้หลัก หินที่เก็บมานี้จะมีสีสันสวยงาม ลวดลายดูแปลกตา มีราคาแตกต่างกันไป


หมู่บ้านวัฒนธรรมไทดำ

ตั้งอยู่ที่บ้านนาป่าหนาด ตำบลเขาแก้ว อำเภอเชียงคาน การเดินทางใช้เส้นทางเมืองเลย-เชียงคาน ระยะทาง 38 กิโลเมตร แล้วเลี้ยวขวาเข้าทางไปบ้านนาสี จนถึงบ้านนาป่าหนาด อีกประมาณ 10 กิโลเมตร ชาวไทดำได้อพยพมาจากเมืองเชียงขวางประเทศสปป.ลาว ตั้งแต่ปี พ.ศ.2448 มาตั้งถิ่นฐานอยู่ที่บ้านนาป่าหนาด ปัจจุบันยังมีการอนุรักษ์ วัฒนธรรมและความเชื่อสืบต่อกันมา ภายในหมู่บ้านวัฒนธรรมไทดำมีบ้านซึ่งสร้างขึ้นตามแบบเอกลักษณ์ดั้งเดิมของชาวไทดำ รวมทั้งเครื่องใช้ต่างๆ ในชีวิตประจำวัน แสดงให้เห็นถึงวิถีชีวิตความเป็นอยู่ในอดีตและยังมีการรวมกลุ่มทอผ้าพื้นเมืองของชาวบ้าน

วัดศรีคุณเมือง
ตั้งอยู่ที่ซอย 7 ถนนชายโขง ทางด้านเหนือของตลาดเชียงคาน มีกำแพงแก้วล้อมรอบตัวพระอุโบสถ สร้างในแบบแปลกตา รูปร่างคล้ายโบสถ์ตามวัดภาคเหนือ ด้านหน้าโบสถ์มีภาพจิตรกรรฝาผนังอยู่เต็มหน้าบัน ภาพทั้งหมดเป็นภาพนิทานชาดกชุดพระเจ้าสิบชาติ

วัดท่าแขก

เป็นวัดเก่าแก่โบราณ อยู่ริมฝั่งแม่น้ำโขง ห่างจากอำเภอเชียงคาน 2 กิโลเมตร ก่อนถึงหมู่บ้านน้อยและแก่งคุดคู้ปัจจุบันเป็นวัดธรรมยุติ ภายในโบสถ์มีพระพุทธรูป 3 องค์ สกัดจากหินแกรนิตทั้งก้อน หน้าตักกว้าง 2 ศอก เป็นพระพุทธรูปเก่าแก่และศักดิ์สิทธิ์มาก

พระพุทธบาทภูควายเงิน

ตั้งอยู่ที่บ้านอุมุง ตำบลบุฮม ตามเส้นทางสายเชียงคาน-ปากชม ระยะทาง 6 กิโลเมตร ถึงหมู่บ้านผาแบ่นมีทางแยกเข้าบ้านอุมุง 3 กิโลเมตร จะถึงทางขึ้นเขาเป็นทางลูกรังระยะทาง 1 กิโลเมตร เป็นรอยพระพุทธบาทที่ตั้งอยู่บนหินลับพร้า (หินลับมีด) ประชาชนเคารพนับถือมาก จะมีงานเทศกาลประจำปีในวันเพ็ญเดือน 3 หรือเดือน 4 ของทุกปี

พระใหญ่ภูคกงิ้ว
เรียกอีกชื่อหนึ่งว่าพระพุทธนวมินทรมงคลลีลาทวินคราภิรักษ์ ตั้งอยู่ที่ภูคกงิ้ว บ้านท่าดีหมี ตำบลปากตม ประดิษฐานอยู่บนเนินเขาบริเวณปากลำน้ำเหืองจรดกับแม่น้ำโขง เป็นพระพุทธรูปปางลีลาประทานพร หล่อด้วยไฟเบอร์ผสมเรซิ่นสีทองทั้งองค์ สูง 19 เมตรตัวฐานกว้าง 7.2 เมตร สร้างขึ้นโดยกองทัพภาคที่ 2 และประชาชนเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ เนื่องในวโรกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ครบ 6 รอบ เมื่อ พ.ศ. 2542 และในมหามงคลแห่งราชพิธิราชาภิเษก ครบ 50 ปี พ.ศ. 2543 สร้างแล้วเสร็จเมื่อวันที่ 2 ก.พ. 2544 บริเวณโดยรอบสามารถชมทัศนียภาพที่สวยงามของแม่น้ำโขง และประเทศลาวได้ การเดินทาง จากตัวเมืองเลยทางหลวงหมายเลข 201 (เลย-เชียงคาน) ไป 47 กม. แล้วเลี้ยวซ้ายบริเวณสามแยกตรงไปจนถึงบ้านท่าดีหมี่ แล้วเลี้ยวขวาที่โรงเรียนบ้านท่าดีหมี่ ไปอีกประมาณ 2 กม.

การเดินทางไปเชียงคาน
โดยรถส่วนตัว
จากกรุงเทพใช้ทางหลวงหมายเลข 1(พหลโยธิน) เมื่อถึงจ. สระบุรีใช้ทางหลวงหมายเลข 2 (มิตรภาพ) ผ่าน อ. ปากช่องลำตะคองแยกซ้ายเข้าอ.สีคิ้ว จ. นครราชสีมาเข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 201 ผ่านอ.ด่านขุนทดเข้าสู่ จ. ชัยภูมิ แยกขวาและไปตามทางหลวงหมายเลข 201 ผ่านอ. คอนสวรรค์ อ. แก้งคร้อ ,อ. ภูเขียว,อ.ชุมแพ จ. ขอนแก่น เมื่อเชื่อมกับทางหลวงหมายเลข 12 แยกซ้ายไปทางอ .คอนสาร จากนั้นแยกขวาไปตามทางหลวงหมายเลข 201 สู่เขต จ.เลยอีกที ที่ภูผาม่าน ผ่านภูกระดึง วังสะพุง ถึงตัวเมืองเลย สุดท้ายแยกขวาสู่ อ.เชียงคาน รวมระยะทางประมาณ 597 ก.ม.2. โดยรถสาธารณะ - บริษัทขนส่งมีรถโดยสารประจำทางวิ่ง กรุงเทพฯ-เลย เฉพาะวันศุกร์และวันอาทิตย์ www.transport.co.th

เที่ยวอย่างไรในเมืองเชียงคาน

เพื่อให้เข้ากับบรรยากาศของเมืองเชียงคาน รถจักยานยนต์และรถจักรยาน ถือเป็นพาหนะที่ได้รับความนิยมมากที่สุด ซึ่งรีสอร์ท และ เกสต์เฮาส์แต่ละแห่งก็จะมีคอยให้บริการอยู่แล้ว หากต้องการเดินไปแก่งคุดคู้ก็ไปเช่าหารถสกายแล็ปแถวตลาด ราคา 100 บาท

เทศกาลท่องเที่ยวที่เชียงคาน

ในช่วงวันเทศกาลท่องเที่ยวไม่ว่าจะเป็นวันปีใหม่ วันสงกรานต์ซึ่งจะมีขบวนแห่สงน้ำพระพุทธรูปตลอดเส้นทางถนนกลางเมืองและมีการเล่นสงกรานต์คล้ายเชียงใหม่ ไม่ว่าจะเป็นเด็กหรือผู้ใหญ่ต่างมาเล่นร่วมกันเป็นบรรยากาศที่สนุกมาก อีกงานหนึ่งคือ เทศกาลงานออกพรรษาที่เชียงคาน ซึ่งจะจัดขึ้นประมาณเดือนตุลาคมนั้นจะมีขบวนแห่เทียนออกพรรษา โดยแต่ละคุ้มวัดจะร่วมแรงร่วมใจกันทำเทียนประดับรถโดยใช้เวลาทำร่วมเดือนด้วยความสามัคคี มีการประกวดขบวนรถแห่เทียน ประกวดเทพีงานออกพรรษา แข่งขันเรือยาว คล้ายงานวัดเป็นงานที่สนุกมากถือได้ว่าเป็นงานประจำปีที่ยิ่งใหญ่ที่จัดขึ้นเป็นประจำทุกๆปี ปัจจุบันมีนักท่องเที่ยวเริ่มรู้จักและเข้ามาเที่ยวมากขึ้นโดยเฉพาะช่วงเทศกาล ตามเกสเฮ้าหรือรีสอร์ทแทบจะไม่ว่าง ถ้าจะให้สะดวกจริงคงต้องจองก่อนล่วงหน้า หากต้องการชมบรรยากาศยามเย็นในตัวอำเภอก็จะมีสวนสาธารณะริมแม่น้ำโขงที่บรรยากาศดีมากๆ จะมองเห็นทิวทัศน์โขดหิน เกาะแก่งสวยงามกลางน้ำและเป็นที่ออกกำลังกายได้อย่างดี

ตำนานเล็กๆที่เล่าต่อกันมาของแก่งคุดคู้

แก่งคุดคู้มีเรื่องเล่าหรือตำนานที่กล่าวกันมาตั้งแต่โบราณ เมื่อได้สอบถามคนเก่าแก่ท่านได้เล่าให้ฟังว่า มียักษ์ตนหนึ่งต้องการกั้นแม่น้ำโขงไว้เป็นของตน ทุกๆวันจะหาบหินมากั้นทางน้ำ เมื่อเหนื่อยก็จะมานอนพัก แล้วเด็กๆจะพากันมาเล่นลูกสะบ้าในจมูกและรีบออกมา แล้วในวันหนึ่งยักษ์ตนนั้นได้ใช้คานหาบหินจนคานหักและบาดคอตายทันที ทำให้กั้นแม่น้ำโขงไม่เสร็จ จึงทำให้เห็นหินขวางแม่น้ำโขงเป็นช่องว่างทางน้ำไหล ซึ่งถ้าสังเกตดูดีๆ หากไปเที่ยวแก่งคุดคู้จะมีโขดหินยื่นออกมาจากทางประเทศลาวที่มีช่องทางน้ำไหล ซึ่งมองดูแล้วก็สวยงามเป็นธรรมชาติไปอีกแบบหนึ่ง

แก่งคุดคู้มนต์เสน่ห์ของเชียงคาน

แก่งคุดคู้ชาวเชียงคานถือเป็นสวรรค์บนดินเพราะจุดหักโค้งของสายน้ำนานาชาติแห่งนี้มีเกาะอยู่กลางลำน้ำที่เพิ่มเสน่ห์ให้ชวนมองยิ่งนัก ป่าธรรมชาติเขียวขจี ภูเขาน้อยใหญ่ที่เรียงรายอยู่ฟากฝั่งลำน้ำโขงด้านเมืองสานะคาม แขวงไชยบุรีของลาว เหมือนภาพวาดของจิตรกรมือเอกที่ช่วยเสริมให้หาดทรายงามระยับ เกาะแก่งที่รับกับสายน้ำคดเคี้ยว ดูมีเสน่ห์ชวนให้หลงไหล
แก่งคุดคู้จะมีทั้งร้านอาหารทีจัดไว้บริการนักท่องเที่ยวและเป็นซุ้มมุงหญ้าคาแถวยาวเป็นระเบียงไม่ไผ่นั่งรับประทานอาหาร อย่างเป็นระเบียบริมหาดทรายที่ขาวสะอาด อากาศเย็นสบายเป็นธรรมชาติ มีอาหารหลากหลายชนิดไว้บริการ ส่วนอาหารที่ขึ้นชื้อคือ กุ้งเต้น โดยการนำกุ้งเล็กๆสดๆมาใส่เครื่องยำ รสชาติอร่อยมาก และยังมี กุ้งนอน ก็คือการนำกุ้งสดมาทอดกรอบเป็นแผ่นบางๆ กินกับส้มตำสูตรเด็ดของเชียงคานซึ่งจะไม่มีกลิ่นคาวปลาร้ารสชาติอร่อย และต้มยำปลาน้ำโขง โดยนำปลาน้ำโขงจริงๆมาทำต้มยำอร่อยมากทีเดียว

อาหารขึ้นชื่อของเชียงคาน

ตำซั้ว เป็นส้มตำแต่ใส่ขนมจีนร้อนลงไปด้วย จุดเด่นจะอยู่ที่เส้นขนมจีนที่เหนียวนุ่ม ไม่มีกลิ่นเปรี้ยว โดยการหมักที่มีเคล็ดลับเฉพาะ เส้นขนมจีนจะเหนียมนุ่มมีคุณภาพ นำมาผสมส้มตำแล้วอร่อยมาก หรือจะกินขนมจีนเปล่าร้อนๆใส่น้ำจิ้มก็อร่อย ชาวเชียงคานจึงนิยมรับประทานกันมากทำให้มีร้านขนมจีน-ส้มตำเกิดขึ้นมามากมาย

ห่อหมก ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นหมกหน่อไม้ หมกปลาน้ำโขง หมกไข่ปลา หมกสมอง ที่มีสูตรพิเศษทำได้อร่อยมาก ราคาไม่แพง ประมาณ 10-20 บาท

น้ำพริก หรือเรียกตามภาษาพื้นบ้านว่า แจ่วบอง เป็นอาหารที่นิยมรับประทานกับผักนึ่ง จุดเด่นอยู่ที่พริกจะคั่วให้หอมนำมาตำกับเครื่องเทศต่างๆอร่อยมาก นิยมทำขายเป็นของฝาก ราคาไม่แพง ประมาณ 5-20 บาท

แหนมหมู รสชาติไม่เปรี้ยวไม่มีสารกันบูด หมักโดยวิธีธรรมชาติ รสชาติหอมอร่อย นำมาทานสดๆจะทอด หรือจะใช้ประกอบอาหารอย่างอื่นก็อร่อย ห่อด้วยใบตองสด ราคา 50 บาท

มะพร้าวแก้ว เป็นของฝากที่ขึ้นชื่อ นักท่องเที่ยวนิยมซื้อเป็นของฝาก รสชาติหอมหวาน มีทั้งชนิดเส้นและชนิดแผ่น ราคา 50-120 บาท

ของที่ระลึก

ผ้าห่มนวม เชียงคานเป็นแหล่งผลิตผ้าห่มนวมที่ใหญ่แห่งหนึ่งของจังหวัดเลยนิยมทำเป็นอุตสาหกรรมในครัวเรือน โดยการผลิตที่มีคุณภาพราคาไม่แพงเกินไปมีหลายสีหลายลายให้เลือกตามใจชอบ เป็นอีกสินค้าหนึ่งที่ทำรายได้แก่ชาวเชียงคาน ซึ่งนักท่องเที่ยวนิยมซื้อเป็นของฝากเช่นกัน

ขายที่ดิน วิวสวย ราคาถูก บรรยากาศดี ในจังหวัดเลย

1.ที่ดิน ทำเลดี วิวสวย มีไฟฟ้า ประปาผ่าน ติดถนนทางหลวง บรรยากาศดีมากเหมาะกับการทำบ้านพักตากอากาศ สวนผลไม้ ทำรีสอร์ท เนื้อที่ 15 ไร่ หลักฐาน นส.3ก ราคารวม 4,000,000 บาท ต่อรองได้

2. ที่ดิน เนินเขา มีไฟฟ้า ห้วยน้ำผ่าน บรรยากาศดี เหมาะกับการทำบ้านพักตากอากาศ สวนผลไม้ เนื้อที่ 26 ไร่ 73 ตารางวา หลักฐาน โฉนดที่ดิน ไร่ละ 90,000 บาท ราคารวม 2,340,000 บาท ต่อรองได้

3.ที่ดิน เนินเขา ทำเลดี วิวสวย มีไฟฟ้า ประปาผ่าน บรรยากาศดีมากเหมาะกับการทำบ้านพักตากอากาศ สวนผลไม้ ทำรีสอร์ท เนื้อที่ 9 ไร่ 2งาน 84 ตารางวา หลักฐาน โฉนดที่ดิน ไร่ละ 100,000 ราคารวม 950,000 บาท ต่อรองได้

4.ที่ดิน เนินเขา มีไฟฟ้า ประปาผ่าน บรรยากาศดี เหมาะกับการทำบ้านพักตากอากาศ สวนผลไม้ ทำรีสอร์ท เนื้อที่ 12 ไร่ 2งาน 20 ตารางวา หลักฐาน นส 3 ก ไร่ละ 70,000 ราคารวม 875,000 บาท ต่อรองได้

7.ที่ดิน ที่ราบ ทำเลดีในเขตเทศบาล วิวสวย มีไฟฟ้า ประปาผ่าน บรรยากาศดีมากเหมาะกับการทำบ้านพักตากอากาศ ทำรีสอร์ท เนื้อที่ 1ไร่ 41 ตารางวา หลักฐาน โฉนดที่ดิน ราคารวม 800,000 บาท ต่อรองได้

8.ที่ดิน ที่ราบเชิงเขา ทำเลดี วิวสวย มีไฟฟ้า ประปาผ่านติดถนนทางหลวง บรรยากาศดีมากเหมาะกับการทำบ้านพักตากอากาศ สวนผลไม้ ทำรีสอร์ท เนื้อที่ 8ไร่ 88 ตารางวา หลักฐาน โฉนดที่ดิน ราคารวม 5,000,000 บาท ต่อรองได้

9.ที่ดิน ทำเลดี วิวสวย มีไฟฟ้า ประปาผ่านติดถนนทางหลวง บรรยากาศดีมากเหมาะกับการทำบ้านพักตากอากาศ สวนผลไม้ ทำรีสอร์ท ทำเลค้าขาย เนื้อที่ 2 ไร่ 1 งาน 36 ตารางวา หลักฐาน นส 3 ก ราคารวม 5,000,000 บาท ต่อรองได้ 10.รีสอร์ท ทำเลดี วิวสวย มีไฟฟ้า ประปาผ่าน บรรยากาศดีมาก เนื้อที่ 1ไร่ 1 งาน 14 ตารางวา หลักฐาน โฉนดที่ดิน ราคารวม 6,000,000 บาท ต่อรองได้

11. บ้านชั้นเดียวพร้อมที่ดิน มีไฟฟ้า ประปาผ่านติดถนนทางหลวงเลย-หล่มสัก บรรยากาศดีมากเหมาะกับทำบ้านพักตากอากาศหรือ ค้าขาย เนื้อที่ 3 งาน หลักฐาน นส 3 ก ราคารวม 1,500,000 บาท ต่อรองได้

12. ที่ดิน เนินเขา มีไฟฟ้า น้ำห้วยผ่าน บรรยากาศดี เหมาะกับการทำบ้านพักตากอากาศ สวนผลไม้ เนื้อที่ 31 ไร่ 2 งาน 58 ตารางวา หลักฐาน โฉนดที่ดิน ไร่ละ 70,000 บาท ราคารวม 2,205,000 บาท ต่อรองได้

13.ที่ดิน ที่ราบ มีไฟฟ้า น้ำบาดาล บรรยากาศดี เหมาะกับการทำบ้านพัก สวนผลไม้ เนื้อที่ 6ไร่ 3 งาน 6 ตารางวา ไร่ละ 90,000 บาท หลักฐาน โฉนดที่ดิน ราคารวม 607,500 บาท ต่อรองได้

15. . ที่ดิน ที่ราบติดหมู่บ้าน มีไฟฟ้า ประปาผ่าน บรรยากาศดี เหมาะกับการทำบ้านพักตากอากาศ สวนผลไม้ เนื้อที่ 22 ไร่ 2 งาน 87 ตารางวา หลักฐาน โฉนดที่ดิน ไร่ละ 68,181 บาท ราคารวม 1,636,344 บาท ต่อรองได้

18.ที่ดิน เนินเขาสวย มีทิวทัศน์ภูเขาโอบล้อม ติดถนนลาดยาง มีไฟฟ้า น้ำบาดาลตลอดปี ต่อประปาได้ บรรยากาศดี เหมาะกับการทำบ้านพักตากอากาศ รีสอร์ท สวนผลไม้ เนื้อที่ 16 ไร่ 159 ตารางวา หลักฐาน โฉนดที่ดิน ไร่ละ 150,000 บาท ราคารวม 2,400,000 บาท แบ่งขายตั้งแต่ 8 ไร่ ต่อรองได้

19. ที่ดินปลูกยางพารา 4 ปี แยกถนนลาดยาง มีไฟฟ้า น้ำบาดาลตลอดปี ต่อประปาได้ บรรยากาศดี เหมาะกับการทำบ้านพัก สวนผลไม้ เนื้อที่ 1 ไร่ 3 งาน หลักฐานโฉนดที่ดิน ราคารวม 1,000,000 บาท ต่อรองได้

20. บ้านพักตากอากาศพร้อมโฉนดที่ดิน ติดถนนลาดยาง ทิวทัศน์ภูเขารอบๆ บรรยากาศดีมาก และสวนสัก เนื้อที่ บ้าน 3 ไร่ 3 งาน และสวนสัก 24 ไร่ อายุ 5 ปี ราคา 25,000,000 บาท ต่อรองได้

21.ที่ดิน ที่ราบติดถนนทางหลวงหลักฐาน โฉนดที่ดิน เนื้อที่ 6 ไร่ 2 งาน 8 ตารางวา บรรยากาศดี เหมาะกับการทำบ้านพัก สวนผลไม้ รีสอร์ท ติดถนนทางหลวงสะดวกสบายมาก น้ำประปา ไฟฟ้าผ่าน ราคา 6,000,000 บาท ต่อรองได้

22. ที่ดิน เนินเขาสวย ติดถนนลาดยางรพช หลักฐาน ภทบ เนื้อที่ 70 ไร่ สะดวกสบาย น้ำประปา ไฟฟ้าผ่าน ราคา 1,100,000 บาท ต่อรองได้

23. ที่ราบติดเชิงเขาในเขตเทศบาล มีทิวทัศน์ภูเขาโอบล้อม ติดถนนคอนกรีต มีไฟฟ้า ประปาผ่าน บรรยากาศดี เหมาะกับการทำบ้านพักตากอากาศ รีสอร์ท สวนผลไม้ เนื้อที่ 18 ไร่ 84 ตารางวา หลักฐานโฉนดที่ดิน ไร่ละ 1,100,000 บาท ราคารวม 19,800,000 บาท ต่อรองได้

24.ที่ดิน ที่ราบติดทางสาธารณะประโยชน์หลักฐาน โฉนดที่ดิน เนื้อที่ 4 ไร่ 2 งาน 11 ตารางวา น้ำประปา ไฟฟ้าผ่าน บรรยากาศดี เหมาะกับการทำบ้านพัก สวนผลไม้ ราคา 500,000 บาท ต่อรองได้

25. ที่ราบ มีทิวทัศน์ภูเขาโอบล้อม ติดถนนสาธารณะประโยชน์ มีไฟฟ้า ประปาผ่าน บรรยากาศดี เหมาะกับการทำบ้านพักตากอากาศ รีสอร์ท สวนผลไม้ เนื้อที่ 26 ไร่ 92 ตารางวา หลักฐานโฉนดที่ดิน ไร่ละ 90,000 บาท ราคารวม 2,340,000 บาท ต่อรองได้

26.ที่ดินใกล้ถนนสายเลย-ด่านซ้าย เนื้อที่ 10 ไร่ 2 งาน 9 ตารางวา วิวสวย บรรยากาศดี ไฟฟ้า ประปาผ่าน เหมาะกับทำรีสอร์ท บ้านพักตากอากาศหรือสวนผลไม้ ราคาไร่ละ 120,000 บาท หลักฐานโฉนดที่ดิน ต่อรองได้

27.ที่ดินใกล้ถนนสายเลย-ด่านซ้าย เนื้อที่ 13 ไร่ 3 งาน 73 ตารางวา วิวสวย บรรยากาศดี ไฟฟ้า ประปาผ่าน เหมาะกับทำรีสอร์ท บ้านพักตากอากาศหรือสวนผลไม้ ราคาไร่ละ 120,000 บาท หลักฐานโฉนดที่ดิน ต่อรองได้

28. ที่ดิน 1 ไร่ 2งาน 82ตารางวา วิวสวย บรรยากาศดี อยู่ในเขตเทศบาล ไฟฟ้า ประปาผ่านสะดวกสบาย เหมาะกับการปลูกบ้านพักตากอากาศมาก ราคา 900,000 บาท ต่อรองได้

29.ที่ดินใกล้ถนนทางหลวง เนื้อที่ 5 ไร่ 2 งาน 7 ตารางวา และเนื้อที่ 6 ไร่ 1 งาน 54 ตารางวา บรรยากาศดี มีไฟฟ้า มีน้ำบาดาลตลอดปี เหมาะกับทำรีสอร์ท บ้านพักตากอากาศหรือสวนผลไม้ ราคาไร่ละ 150,000 บาท หลักฐานโฉนดที่ดิน ต่อรองได้

30. ที่ดินใกล้ถนนทางหลวง เนื้อที่ 4 ไร่ 3 งาน วิวสวยในเขตเทศบาล บรรยากาศดีมาก ไฟฟ้า ประปาผ่าน เหมาะกับทำรีสอร์ท บ้านพักตากอากาศหรือสวนผลไม้ ราคาไร่ละ 350,000 บาท หลักฐานโฉนดที่ดิน ต่อรองได้

31. ที่ดินเนื้อที่ 10 ไร่ 78 ตารางวา วิวสวย บรรยากาศดี ไฟฟ้าผ่าน เหมาะกับทำรีสอร์ท บ้านพักตากอากาศหรือสวนผลไม้ ราคาไร่ละ 120,000 บาท หลักฐานโฉนดที่ดิน ต่อรองได้

32. ที่ดินเนื้อที่ 2 ไร่ วิวสวย บรรยากาศดี ไฟฟ้าผ่าน เหมาะกับทำรีสอร์ท บ้านพักตากอากาศหรือสวนผลไม้ ราคาไร่ละ 170,000 บาท เป็นที่ว่างขึ้นโฉนดได้เลย ต่อรองได้ ( วัดจริงอาจะได้เพิ่มขึ้นประมาณ 1-2 ไร่ )

33. ที่ดินริมแม่น้ำโขง เห็นทิวทัศน์แม่น้ำ ภูเขาสวย บรรยากาศดีมาก เนื้อที่ 98 ไร่ 3 งาน 58 ตารางวา มีไฟฟ้า ประปาผ่าน เหมาะกับทำรีสอร์ท บ้านพักตากอากาศหรือสวนผลไม้ ราคาไร่ละ 600,000 บาท หลักฐานโฉนดที่ดิน ต่อรองได้

34. ที่ดินริมแม่น้ำโขงติดถนนทางหลวง เห็นทิวทัศน์แม่น้ำ ภูเขาสวย บรรยากาศดีมาก เนื้อที่ 23 ไร่ 1 งาน 58 ตารางวา มีไฟฟ้า ประปาผ่าน เหมาะกับทำรีสอร์ท บ้านพักตากอากาศหรือสวนผลไม้ ราคาไร่ละ 220,000 บาท หลักฐานโฉนดที่ดิน ต่อรองได้

35.ที่ดินริมแม่น้ำโขงติดถนนทางหลวง เห็นทิวทัศน์แม่น้ำ ภูเขาสวย บรรยากาศดีมาก เนื้อที่ 7 ไร่ 70 ตารางวา มีไฟฟ้า ประปาผ่าน เหมาะกับทำรีสอร์ท บ้านพักตากอากาศหรือสวนผลไม้ ราคาไร่ละ 200,000 บาท หลักฐานโฉนดที่ดิน ต่อรองได้

หมายเหตุ สนใจที่ดินมีหลักฐาน ราคาถูก ยังมีอีกหลายแปลง ติดต่อ โทร : 082-1187327, 086-7131586
mail :
supagon99@gmail.com
http://teedin-dee-dee.blogspot.com
แนะนำที่ดิน ซื้อที่ดิน ขายที่ดิน ทำเลดี วิวสวย บรรยากาศดีๆ ในอ.ภูเรือ จังหวัดเลย
















ขายที่ดิน (โฉนดที่ดิน) เนื้อที่ 6 ไร่ 2 งาน 8 ตารางวา เลขที่โฉนดที่ดิน 5945 เล่ม 60 หน้า 45 ตำบลร่องจิก อำเภอภูเรือ จังหวัดเลย ( ติดถนนทางหลวงสายเลย- หล่มสัก 203 )
ขายราคา 2 ล้านบาท
สนใจติดต่อ .. 0818058555

รูปภาพประกอบที่ดินหมายเลข 20


























บ้านพักตากอากาศพร้อมที่ดิน (โฉนดที่ดิน) และสวนสัก ขึ้นทะเบียนสวนป่ากรมป่าไม้ฯ เนื้อที่แปลงที่เป็นบ้าน 3 ไร่ 3 งาน 3 วา เลขที่โฉนดที่ดิน 3703 เล่ม 38 หน้า 3 ตำบลหนองบัว อำเภอภูเรือ จังหวัดเลย สวนสัก อายุ 15 ปี เนื้อที่ 24 ไร่ 3 งาน 53 ตารางวา เลขที่โฉนดที่ดิน 6038 เล่ม 61 หน้า 38 ตำบลหนองบัว อำเภอภูเรือ จังหวัดเลย
( ติดทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 2294 ) ขายราคา 15 ล้านบาท

สนใจติดต่อ ... 0818058555









ข้อมูลทั่วไปของจังหวัดเลย







สภาพโดยทั่วไป

เป็นภูเขาสูงสลับซับซ้อนโอบรอบตัวเมืองท่ามกลางสายหมอก มีพรรณไม้และภูมิประเทศที่งดงามคล้ายภาคเหนือ มีแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญ เช่น ภูหลวง ภูกระดึง ภูเรือ โดยเฉพาะภูเรือ มีอากาศเย็นสบายตลอดปี ในฤดูหนาวบางปีหนาวจัดถึงกับเป็นเกล็ดน้ำแข็ง กล่าวได้ว่าจังหวัดเลยเป็นจังหวัดที่หนาวที่สุดของประเทศไทย

จังหวัดเลย มีเนื้อที่ประมาณ 11,426,612 ตารางกิโลเมตร อยู่ห่างจากกรุงเทพฯ ประมาณ 520 กิโลเมตร แบ่งการปกครองออกเป็น 12 อำเภอ 2 กิ่งอำเภอ คือ อำเภอเมืองเลย อำเภอวังสะพุง อำเภอปากชม อำเภอเชียงคาน อำเภอท่าลี่ อำเภอภูเรือ อำเภอด่านซ้าย อำเภอภูกระดึง อำเภอนาด้วง อำเภอภูหลวง อำเภอผาขาว กิ่งอำเภอเอราวัณ และกิ่งอำเภอหนองหิน

อาณาเขตที่ตั้งของจังหวัดเลย

ทิศเหนือ : ติดประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว และจังหวัดหนองคาย
ทิศใต้ : ติดอำเภอภูผาม่าน อำเภอชุมแพ และ อำเภอสีชมพู จังหวัดขอนแก่น

ทิศตะวันออก : ติดอำเภอนาวัง อำเภศรีบุญเรือง จังหวัดหนองบัวลำภู และอำเภอนายูง จังหวัดอุดรธานี
ทิศตะวันตก : ติดอำเภอชาติตระการ และอำเภอนครไทย จังหวัดพิษณุโลก และอำเภอหล่มสัก จังหวัดเพชรบูรณ์

ลักษณะการประกอบอาชีพ

ประชากรส่วนใหญ่ในจังหวัดเลย ประกอบอาชีพทางด้านการเกษตร พืชที่เพาะปลูก เช่น ข้าวโพด อ้อย มันสำปะหลัง ฝ้าย ปอ ถั่วแดง ถั่วเหลือง ข้าวไร่ สับปะรด ถั่วเขียวและงา การเพาะปลูกหมุนเวียนตามฤดูกาล และสภาพพื้นที่ของแต่ละแห่ง แต่ละจังหวัดยังได้มีการส่งเสริมให้มีการปลูกไม้ผล ไม้ยืนต้นและยางพารา เพื่อส่งเสริมให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้น ปัจจุบันไม้ผลที่ทำรายได้และสร้างชื่อเสียงแก่จังหวัดเลยคือ มะขามหวาน ลิ้นจี่ ลำไย ฯลฯ

จังหวัดเลยมีมูลค่าผลิตภัณฑ์รวมในปี 2532 (GPP) 8,396.7 ล้านบาท รายได้เฉลี่ยต่อคนต่อปี 15,354 บาท ซึ่งอยู่ในเกณฑ์ค่อนข้างสูงในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

ส่วนการประกอบอาชีพค้าขายและผู้ประกอบการส่วนใหญ่จะอยู่ในเขตเมืองและกระจัดกระจายอยู่ในเขตชนบทบ้างเล็กน้อย

ทรัพยากรธรรมชาติและป่าไม้

จังหวัดเลยมีแหล่งแร่หลายชนิด เช่น แบร์ไรท์ ลิกไนต์ มังกานิส ทองแดง ตะกั่ว และทองคำ ซึ่งกระจายอยู่ในพื้นที่อำเภอต่างๆ นอกจากนี้มีป่าไม้เป็นทรัพยากรธรรมชาติที่สำคัญ มีพื้นที่ป่าไม้ประมาณ 8,341,68 ตารางกิโลเมตร สภาพป่าไม่ส่วนใหญ่เป็นป่าดงดิบเทือกเขาสูง คือมีความสูงตั้งแต่ 300-600 เมตร สภาพป่าค่อนข้างสมบูรณ์ เป็นป่าไม้เบญจพรรณและป่าไม้เต็งรัง

การเดินทางสู่จังหวัดเลย

ทางรถยนต์
จากกรุงเทพฯ โดยใช้ทางหลวงหมายเลข 1 (พหลโยธิน) ผ่านตัวเมืองสระบุรี เข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 21 ผ่านจังหวัดเพชรบูรณ์ ตรงเข้าทางหลวงหมายเลข 203 ผ่านอำเภอหล่มสัก หล่มเก่า เข้าเขตจังหวัดเลย ที่อำเภอด่านซ้าย อำเภอภูเรือ มายังตัวจังหวัดเลยใช้เวลาเดินทางประมาณ 7-8 ชั่วโมง หรืออาจใช้เส้นทางจากสระบุรี ใช้ทางหลวงหมายเลข 2 มิตรภาพ ผ่านจังหวัดนครราชสีมา ถึงจังหวัดขอนแก่น แล้วเลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข 12 ผ่านอำเภอชุมแพ แล้วใช้เส้นทางหมายเลข 201 เข้าเขตจังหวัดเลยที่อำเภอภูกระดึง อำเภอวังสะพุง ถึงตัวจังหวัดเลยได้เช่นเดียวกัน


ทางรถโดยสารประจำทาง
บริษัท ขนส่ง จำกัด มีรถโดยสารประจำทางวิ่งระหว่างกรุงเทพฯ-เลย และ เลย- นครราสีมา ทุกวัน ทั้งรถธรรมดาและรถปรับอากาศ ใช้เวลาประมาณ 10 ชั่วโมง สอบถามรายละเอียดได้ที่ สถานีขนส่งสายตะวันออกเฉียงเหนือ ถนนกำแพงเพชร 2 โทร. 936-2852-66

ทางรถไฟ
การรถไฟแห่งประเทศไทย มีรถไฟไปจังหวัดอุดรธานีและขอนแก่น ซึ่งสามารถต่อรถยนต์ไปจังหวัดเลย ได้อีกต่อหนึ่ง รายละเอียดสอบถาม หน่วยบริการเดินทาง สถานีรถไฟกรุงเทพฯ โทร. 233-7010, 223-7020

ทางเครื่องบิน
บริษัท การบินไทย จำกัด มีเที่ยวบินกรุงเทพฯ-อุดรธานี ทุกวัน วันละ 3 เที่ยว แล้วสามารถต่อรถยนต์ ไปจังหวัดเลย อีกประมาณ 140 กิโลเมตร รายละเอียดสอบถาม โทร. 280-0060, 628-2000 และที่จังหวัดอุดรธานี

การคมนาคม

การเดินทางโดยรถยนต์

การติดต่อระหว่างจังหวัดเลยกับจังหวัดอื่นๆ
โดยสะดวก 5 ทาง คือ

- ติดต่อกับจังหวัดขอนแก่น (ถนนเลย-ชุมแพ-ขอนแก่น) ระยะทาง 208 กิโลเมตร

- ติดต่อกับจังหวัดอุดรธานี(ถนนเลย-วังสะพุง อุดรธานี) ระยะทาง 140 กิโลเมตร

- ติดต่อกับจังหวัดหนองคาย (ถนนเลย-ปากชม-สังคม-ศรีเชียงใหม่-หนองคาย)
ระยะทาง 2,375 กิโลเมตร

- ติดต่อกับจังหวัดเพชรบูรณ์ (ถนนเลย-ด่านซ้าย-หล่มสัก-เพชรบูรณ์) ระยะทาง 199 กิโลเมตร

- ติดต่อกับจังหวัดพิษณุโลก (ถนนเลย-ด่านซ้าย-นครไทย-พิษณุโลก) ระยะทาง 289กิโลเมตร

My Blog List

About this blog

How to Order?

Site Sponsors

Powered By Blogger

Recommended Product

  • ads
  • ads
  • ads
  • ads
  • ads
  • ads
  • ads
  • ads

Followers

Search