1.จากกรุงเทพฯ สู่จังหวัดเลย และเดินทางจากจังหวัดเลยโดยใช้เส้นทางหมายเลข 203 ระยะทาง 68 กิโลเมตร ถึงทางแยกบ้านโคกงามเลี้ยวขวาตามเส้นทางหมายเลข 2031 ระยะทาง 12 กิโลเมตร ถึงอำเภอด่านซ้าย เลี้ยวขวาตามเส้นทางหมายเลข 2113 ไปอีก 32 กิโลเมตร ถึงอำเภอนาแห้ว จากอำเภอนาแห้วเดินทางต่ออีก 4 กิโลเมตร ถึงบ้านเหมืองแพร่ เลี้ยวซ้ายตามเส้นทาง หมายเลข1268 ผ่านตำบลแสงภา และเลี้ยวขวาตามทางแยกบนทางหลวงหมายเลข 1268 หลักกิโลเมตรที่ 0 อีกประมาณ 3 กิโลเมตร ถึงที่ทำการอุทยานแห่งชาติภูสวนทราย(นาแห้ว)2. จากกรุงเทพฯ สู่อำเภอหล่มสัก จังหวัดเพชรบูรณ์ และเดินทางจากอำเภอหล่มสัก ใช้เส้นทางหมาเลข 203 จนถึงบ้านโป่งชีเลี้ยวซ้ายตามเส้นทางหมายเลข2014ถึงอำเภอด่านซ้ายเลี้ยวซ้ายตามเส้นทางหมายเลข 2113 ไปอีก 32 กิโลเมตร ถึงอำเภอนาแห้ว จากอำเภอนาแห้วเดินทางต่ออีก 4 กิโลเมตร ถึงบ้านเหมืองแพร่ เลี้ยวซ้ายตามเส้นทางหมายเลข 1268 ผ่านตำบลแสงภาและเลี้ยวขวาตามทางแยกบนทางหลวงหมายเลข 1268 หลักกิโลเมตรที่ 0 อีกประมาณ 3 กิโลเมตรถึงที่ทำการอุทยานแห่งชาติภูสวนทราย(นาแห้ว)3. จากจังหวัดพิษณุโลก-อำเภอชาติตระการ-บ้านบ่อภาค ถึงกิโลเมตรที่ 50 เลี้ยวขวาเข้าเส้นทางหมายเลข 1268 ผ่านบ้านร่มเกล้า ผ่านตำบลเหล่ากอหก ถึงหลักกิโลเมตรที่ 0 อีกประมาณ 3 กิโลเมตร ถึงที่ทำการอุทยานแห่งชาติภูสวนทราย(นาแห้ว)
สถานที่ท่องเที่ยวอำเภอนาแห้ว
หินสี่ก้อน อยู่บนเทือกเขาภูตีนสวนทราย ด้านทิศใต้จะมีหินอยู่ 4 ก้อน โผล่ขึ้นกลางป่าดงดิบ เป็นเสมือนประตูภูตีนสวนทราย ชาวบ้านขึ้นสักการะทุก 3 ปี ภาษาชาวบ้านเรียกว่า 2 ปีหาม 3 ปีครอบ คือ ขึ้นไปทำบุญ 1 ครั้ง แล้วเว้นไปอีก 2 ปี ขึ้นไปสักการะอีก เรียกว่า บุญภูใหญ่หรือบุญสวนเมี่ยง จะทำปลายเดือน 3 ต้นเดือน 4 ไม่กำหนดวันที่แน่นอน
น้ำตกคิ้ง อยู่ในลำน้ำแพร่มีลักษณะเป็นแก่งหินลดหลั่นกันลงมา 2-3 ชั้น ตั้งอยู่ริมทางหลวงจังหวัดหมายเลข 1268 สายแสงภา-เหล่ากอหก อยู่เลยน้ำตกวังตาดมา 1.2 กิโลเมตร จุดนี้ทางราชการได้ก่อสร้างเรือนประทับ ถวายสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี ซึ่งเสด็จเมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2534
น้ำตกวังตาด อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานแห่งชาติ ประมาณ 4 กิโลเมตร ตามทางหลวงจังหวัดหมายเลข 1268 มีทางเดินเลาะไหล่เขาลงไปถึงน้ำตก ประมาณ 70 เมตร น้ำตกวังตาดเป็นน้ำตกขนาดเล็กมี 2 ชั้น สายน้ำไหลตกลงมาจากผาหินสูงประมาณ 5 เมตร กระทบก้อนหินใหญ่ลงสู่แอ่งน้ำเบื้องล่าง บรรยากาศสงบเงียบเหมาะสำหรับแวะพักผ่อน
น้ำตกผาค้อ อยู่ในลำน้ำเหือง ใช้ลำน้ำนี้เป็นเส้นแบ่งเขตพรมแดน ระหว่าง ไทย-ลาว สภาพโดยทั่วไป รอบพื้นที่น้ำตกมีต้นไม้ที่สมบูรณ์ อากาศร่มรื่นดีมาก เหมาะแก่การพักผ่อนอย่างแท้จริง
น้ำตกตาดเหือง อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานแห่งชาติ 25 กิโลเมตร น้ำตกตาดเหืองเกิดจากลำน้ำเหือง ซึ่งเป็นเส้นแบ่งพรมแดนไทย-ลาว สายน้ำไหลลงมาจากหน้าผาสูง 30 เมตร ไหลลดหลั่นกัน 3 ชั้น มีน้ำไหลตลอดปี สภาพป่าบริเวณรอบ ๆ ร่มรื่นดีมาก เหมาะสำหรับการพักผ่อน น้ำตกตาดภา เป็นน้ำตกสูงประมาณ 60 เมตร ลดหลั่นกันเป็นชั้น
น้ำตกตาดภา เป็นน้ำตกสูงประมาณ 60 เมตร ลดหลั่นกันเป็นชั้น ซึ่งอยู่ใกล้บ้านแสงภา
น้ำตกช้างตก อยู่เหนือน้ำตกคิ้งขึ้นไปประมาณ 500 เมตร อยู่ในลำน้ำแพร่เช่นกัน แต่มีความลาดชันมากกว่า
หินก่วยหล่อ อยู่บนภูตีนสวนทรายเป็นหินทราย รูปร่างคล้ายดอกเห็ดตูมก้อนเดียวโผล่ขึ้นมากลางป่าดงดิบ ความโตโดยรอบประมาณ 19 เมตร สูงประมาณ 4 เมตร รอบ ๆ หินมีร่องรอยเหมือนมีคนมาขุดเป็นร่องน้ำไว้ แต่โดยความจริงธรรมชาติเป็นผู้สร้างขึ้นมาเอง
จุดชมวิว เนิน 1408 อยู่บนภูสวนทราย เมื่อมองลงไปทางทิศตะวันออก และทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ จะเห็นบ้านบ่อเหมืองน้อย ทิวทัศน์ของป่าเต็งรังบ้านแสงภา อำเภอนาแห้ว จุดนี้หากขึ้นไปรอดูพระอาทิตย์ขึ้นในยามเช้าจะสวยงามมาก บริเวณนี้เป็นที่ราบสันเขายาว หมาะที่จะเดินพักผ่อนยิ่งนัก นับว่าเป็นใจกลางของอุทยานแห่งชาตินาแห้วอย่างแท้จริง
จุดชมวิว เนิน 1205 เป็นจุดชมวิวในระยะใกล้จะเห็นบ้านห้วยน้ำผักอยู่ด้านล่างและเห็นวิวภูสอยดาวภูเวียงในประเทศลาว เป็นวิวทางด้านทิศเหนือจะเห็นภูเขาสลับซับซ้อนกันสุดสายตาที่จุดชมวิวมีลมพัด
เส้นทางดูนก เส้นที่ 1 ทางเข้าบ้านพัก-ฐาน ตชด จุดเริ่มต้นเดินทางเข้าบ้านพักนักท่องเที่ยว-ฐาน ตชด. เก่า มีจุดชมนกลงกินและอาบน้ำ ทางอุทยานแห่งชาติจัดทำบังไพรไว้บริการ เส้นทางเส้นนี้มีต้นไทรอยู่หลายต้น ส่วนมากลูกไทรจะสุกประมาณ เดือนตุลาคม-มกราคม ของทุกปี ระยะทางประมาณ 2.5 กิโลเมตร เวลาในการดูนกอย่างน้อย 2 ชั่วโมง นกที่พบได้แก่ เหยี่ยวนกเขาหงอน ไก่ฟ้าหลังขาว นกตั้งล้อ นกขุนทอง นกปากนกแก้วหางสั้น นกมุ่นนรกคอแดง นกเสือแมลงหัวขาว นกกินแลงหัวสีทอง นกภูหงอนหัวน้ำตาลแดง นกอีเสือหลังเทา และนกกระเบื้องผา เป็นต้นเส้นที่ 2 เก้าเลี้ยว-หินสี่ทิศ เส้นทางนี้เดินตามเส้นทางศึกษาธรรมชาติ ควบคู่ไปกับการดูนกจะเป็นเส้นทางขึ้นเขา แล้วเดินบนสันเขา สภาพป่าเป็นป่าดิบเขา ถ้าใช้เส้นทางนี้ควรมีอาหาร น้ำ ยากันยุง และถุงกันทากติดตัวไปด้วย ระยะทางประมาณ 4 กิโลเมตร ใช้เวลาในการดูนกอย่างน้อย 5 ชั่วโมง นกที่พบได้แก่ นกกระทาดงอกสีน้ำตาล นกกระทางดงแข้งเขียว นกมูม นกเปล้าหน้าเหลือง นกแว่นสีเทา นกเสือแมลงหัวขาว นกระวังไพรปากแดงยาว และนกพญาปากกล้างหางยาว เป็นต้นเส้นที่ 3 ทับกอสอด-เนินสำนึกบาป เส้นทางนี้จะแยกจากเส้นที่ 1 บริเวณกิโลเมตร 7-8 สภาพป่าเป็นป่าไผ่ และป่าดิบเขามีต้นไทรหลายต้น มีลำห้วยตลอดเส้นทาง ส่วนมากจะเดินไปกลับทางเดิม ฤดูฝนจะมีทากควรมียาทาป้องกันและถุงกันทาก ระยะทางประมาณ 3.5 กิโลเมตร ใช้เวลาในการดูนกอย่างน้อยประมาณ 4 ชั่วโมง นกที่พบได้แก่ นกปากนำแก้วหูเทา นกปากนกแก้วหางสั้น นกมุ่นรกคอแดง นกกระติ๊ดเขียว นกไผ่ ไก่ฟ้าหลังขาว นกเปล้าท้องขาวล นกขุนทอง นกเอี้องถ้ำ และนกเขนน้ำหลังเทา เป็นต้นเส้นที่ 4 เก้าเลี้ยว-ตก.2 เส้นนี้จะเดินตามเส้นทางศึกษาธรรมชาติเส้นเดียวกับเส้นที่ 2 แล้วเลี้ยวซ้ายเดินตามสันเขาไป ตก.2 เส้นนี้จะมีนกมากมายหลายชนิด สภาพป่าเป็นป่าดิบเขา แล้วเดินลงทางเข้าบ้านห้วยน้ำผัก ระยะทางประมาณ 7 กิโลเมตร ควรเตรียมอาหาร น้ำ และเครื่องใช้ส่วนตัวให้พร้อม ส่วนมากนักท่องเที่ยวจะนอนพักค้างแรมบริเวณลานกางเต็นท์ ตก.2 จุดที่สูงที่สุดในอุทยานแห่งชาติ นกที่พบได้แก่ นกจู๋เต้นคิ้วยาว นกบั้งรอกใหญ่ นกไต่ไม้หน้าผากกำมะหยี่ นกติ๊ดแก้มเหลือง นกเสื้อแมลงปีกแดง นกหัวขาวนแดงหลังลาย นกหัวขวานสี่นิ้วหลังทอง และนกหัวขวานสามนิ้วหลังทอง เป็นต้นเส้นที่ 5 ภูสามร้อย-ต้นผึ้ง ระยะทางระหว่าง กิโลเมตร 7-9 จะเป็นเส้นทางที่เหมาะสำหรับ คนที่ไม่ชอบขึ้นเขาเดินดูนกตามถนนลาดยาง ป่าสองข้างทางเปิดโล่งมองเห็นกว้างไกล เส้นนี้จะพบนกหายากหลายชนิดด้วยกัน ได้แก่ นกปีกแพรสีเขียว นกจาบคาเคราน้ำเงิน นกกระติ๊ดเขียว นกไผ่ นกระวังไพรปากแดงยาว นกพญาไฟใหญ่ นกขุนแผนหัวแดง นกพญาปากกว้างหางยาว นกพญาปากกว้างงอกสีเงิน นกเสือแมลงหน้าสีตาล และนกแซวสวรรค์ เป็นต้นเส้นที่ 6 หน่วยพิทักษ์ฯ-ฐานทหารเก่า เส้นนี้จะเป็นเส้นทางดูนกที่อยู่หน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติ ที่ 1 สภาพป่าเป็นป่าเต็งรัง ฤดูแล้งสามารถดูนกลงกินน้ำ อาบน้ำ มีนกหลายชนิด ทางอุทยานแห่งชาติจัดทำบังไพรไว้บริการ เส้นนี้มีนกที่พบได้แก่ นกอัญชันป่าขาเทา นกเขียวก้านตองหน้าผากสีทอง นกหัวขวานเขียวป่าไผ่ นกหัวขวานสี่นิ้วหลังทอง นกหัวขวานสามนิ้วหลังทอง นกคัดคูมรกต นกโพระดกธรรมดา นกแซวสวรรค์ นกกินแมลงหัวสีทอง นกหัวขวานจิ๋วคิ้วขาว และนกเค้าลงดง เป็นต้น
อำเภอภูกระดึง
สถานที่ท่องเที่ยวอำเภอภูกระดึง
อุทยานแห่งชาติภูกระดึง ได้รับการประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติ ลำดับที่ 2 ของประเทศไทย เมื่อวันที่ 23 พฤศจิกายน 2505 ตั้งอยู่ในท้องที่ตำบลศรีฐาน อำเภอภูกระดึง จังหวัดเลย ครอบคลุมพื้นที่ 348.12 ตารางกิโลเมตร (217,575 ไร่) ลักษณะภูมิประเทศเป็นภูเขาหินทรายยอดตัด โดยมีที่ราบบนยอดภูกระดึง ประมาณ 60 ตารางกิโลเมตร (37,500 ไร่) ภูกระดึงมีระดับความสูงอยู่ระหว่าง 400-1,200 เมตรจากระดับน้ำทะเล จุดสูงสุดอยู่ที่บริเวณคอกเมย มีความสูง 1,316 เมตรจากระดับน้ำทะเล สภาพทั่วไปของภูกระดึง ประกอบไปด้วยพรรณไม้นานาชนิด พันธุ์สัตว์ป่านานาพันธุ์ หน้าผา ทุ่งหญ้า ลำธาร และน้ำตก อีกทั้งยังเป็นพื้นที่ต้นน้ำของลำน้ำพอง ซึ่งเป็นลำน้ำสายสำคัญสายหนึ่งของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ด้วยความสูง บรรยากาศ และสภาพอากาศที่เย็นสบายตลอดปี บนยอดภูกระดึง โดยเฉพาะในช่วงฤดูหนาว อุณหภูมิอาจลดต่ำจนถึง 0 องศาเซลเซียส จึงเป็นแรงจูงใจให้นักท่องเที่ยว ปรารถนาและหวังจะเป็นผู้พิชิตยอดภูกระดึง สักครั้งหนึ่งในชีวิต
ข้อห้ามต่างๆ ของอุทยานแห่งชาติภูกระดึงห้ามก่อไฟ เพื่อเป็นการรักษาสภาพธรรมชาติ ทางอุทยานห้ามมิให้มีการเก็บกิ่งไม้มาก่อไฟ สำหรับนักท่องเที่ยว ที่นำอาหารขึ้นไปประกอบ และหุงต้มเอง ขอให้จัดเตรียมเตาแก๊สขึ้นไปด้วย และประกอบการหุงต้ม ภายในบริเวณที่จัดไว้ให้เท่านั้น ห้ามนำสัตว์เลี้ยงขึ้นเขา เพื่อเป็นการป้องกันการเป็นพาหะนำโรคไปสู่สัตว์ป่า ทางอุทยานจึงได้มีการจัดเจ้าหน้าที่ดูแลและรับฝากสัตว์เลี้ยงแก่นักท่องเที่ยว ตลอด 24 ชม ห้ามนำโฟมเข้าในเขตอุทยานแห่งชาติ เพื่อเป็นการลดปริมาณมลพิษและขยะที่ย่อยสลายยากอุทยานแห่งชาติภูกระดึง ห้ามมิให้นำภาชนะที่ทำด้วยโฟม เข้าไปในเขตอุทยานแห่งชาติโดยเด็ดขาด ซึ่งดำเนินการตามประกาศกรอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ฉบับลงวันที่ 27 มกราคม 2546 เรื่อง ห้ามนำภาชนะที่ทำด้วยโฟมเข้าไปในเขตอุทยานแห่งชาติ
การเดินทาง
เดินทางโดยรถยนต์ สามารถเดินทางได้หลายเส้นทาง1) เดินทางผ่านจังหวัดสระบุรี เพชรบูรณ์ อำเภอหล่มสัก หล่มเก่า ด่านซ้าย ภูเรือ และอำเภอเมืองเลย เลี้ยวเข้าทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 201 (เลย-ขอนแก่น) และเลี้ยวเข้าทางหลวงจังหวัดหมายเลข 2019 เข้าสู่อุทยานแห่งชาติภูกระดึง 2) ใช้เส้นทางผ่านจังหวัดสระบุรี นครราชสีมา จนถึงจังหวัดขอนแก่นเลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 201 ผ่านอำเภอภูผาม่านและตำบลผานกเค้า เข้าสู่อุทยานแห่งชาติภูกระดึง 3) เดินทางผ่านจังหวัดสระบุรี อำเภอปากช่อง เลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวงแผ่นดิน หมายเลข 201 ผ่านจังหวัดชัยภูมิ อำเภอภูเขียว แล้วเลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 12 ผ่านอำเภอชุมแพ จากนั้นเดินทางเช่นเดียวกับเส้นทางที่ 2
เดินทางโดยเครื่องบิน โดยใช้เที่ยวบิน กรุงเทพฯ-ขอนแก่น กรุงเทพฯ-อุดรธานี ของสายการบินต่างๆ สอบถามข้อมูลเที่ยวบินและสายการบิน โทร. 0-2628-2000, 0-2515-9999, 0-2267-2999 และ 1318
โดยรถไฟ ขึ้
เดินทางรถไฟ ที่ที่สถานีรถไฟหัวลำโพงถึงสถานีรถไฟขอนแก่น ต่อรถโดยสารสายขอนแก่น-เลย ถึงอำเภอภูกระดึงแล้วต่อรถสองแถวเข้าอุทยานฯ สอบถามข้อมูลรถไฟ โทร. 0-2225-1300 ต่อ 5201 ,02223-0341-3
เดินทางโดยรถโดยสารประจำทาง ขึ้นรถโดยสารที่สถานีขนส่งภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (หมอชิต 2) สายกรุงเทพ-เมืองเลย
ผานกแอ่น อยู่ห่างจากศูนย์บริการนักท่องเที่ยววังกวางประมาณ 2 กิโลเมตร และห่างจากหลังแป 2.5 กิโลเมตร ผานกแอ่นเป็นลานหินเล็กๆ มีสนขึ้นโดดเด่นริมหน้าผาต้นหนึ่ง เป็นจุดชมพระอาทิตย์ขึ้นที่งดงามยิ่ง อากาศสดชื่นเย็นสบาย มองเห็นทิวทัศน์เบื้องล่างซึ่งเป็นท้องทุ่งและเทือกเขา เห็นผานกเค้าได้ชัดเจน ริมทางเดินใกล้ผานกแอ่นเป็นสวนหินมีดอกกุหลาบป่าขึ้นอยู่เป็นดงใหญ่ จะบานสะพรั่งเต็มต้นในเดือนมีนาคม-เมษายน ผู้ที่ไปชมประอาทิตย์ขึ้นที่ผานกแอ่น ควรเตรียมไฟฉายสำหรับใช้ส่องทางไปด้วย
ผาหล่มสัก อยู่ห่างจากที่ทำการประมาณ 9 กิโลเมตร เป็นลานหินกว้าง และมีสนต้นหนึ่งขึ้นชิดริมผา ใกล้กับชะง่อนหินที่ยื่นออกไปในอากาศทางทิศใต้ บริเวณผาหล่มสักนี้ มองเห็นทิวทัศน์ของเทือกเขาสลับซับซ้อน ในเขตจังหวัดเพชรบูรณ์ และเป็นจุดหนึ่งที่จะชมพระอาทิตย์ตกได้อย่างชัดเจน และงดงามมาก ผู้ที่ไปชมประอาทิตย์ตกที่ผาหล่มสัก ควรเตรียมเสื้อกันหนาวและไฟฉายสำหรับใช้ส่องทางเวลาเดินกลับที่พัก ซึ่งโดยทั่วไปจะใช้เวลา 2-3 ชั่วโมง
สระแก้ว อยู่ห่างจากศูนย์บริการนักท่องเที่ยววังกวาง 1 กิโลเมตร อยู่ในส่วนต้นน้ำของลำธารสวรรค์ “ธารสวรรค์” ลักษณะเป็นวังน้ำลึกขนาดไม่กว้างนัก น้ำใสมากจนมองเห็นพื้นหินขาวสะอาด เป็นแหล่งน้ำของสัตว์ป่าจำนวนมาก ต่อจากบริเวณสระแก้วมีทางเดินชมธรรมชาติผ่านลานหิน ซึ่งมีดอกหรีดสีม่วงอมน้ำเงินเกสรสีเหลือง ขึ้นอยู่เป็นทุ่งไปจนถึงผานาน้อย แยกซ้ายไปจะพบกับผาจำศีล ซึ่งมีลานหินกว้างพอให้นั่งพักผ่อน จากผาจำศีลประมาณ 600 เมตร จะถึงผาหมากดูก หากแยกขวาจะผ่านผาเหยียบเมฆและผาแดง แล้วก็จะถึงผาหล่มสัก
สระอโนดาด อยู่ห่างจากศูนย์บริการนักท่องเที่ยว 2.7 กิโลเมตร เป็นสระน้ำขนาดไม่ใหญ่นักที่มีต้นสนขึ้นเป็นแนวแน่นขนัด ใกล้กันยังมีลานกินรีซึ่งเป็นสวนหินธรรมชาติที่อุดมไปด้วยพรรณไม้ทั้งพวกกินแมลงอย่างดุสิตา หยาดน้ำค้าง หรือเฟิน เช่น กระปรอกสิงห์ บนหินยังมีไลเคนขึ้นอยู่เต็มไปหมด
น้ำตกเพ็ญพบใหม่ เกิดจากลำธารวังกวาง น้ำตกผ่านผาหินรูปโค้ง ในหน้าหนาว ใบเมเปิ้ลที่อยู่บริเวณริมน้ำตก จะร่วงหล่นลอยไปตามผิวน้ำ ยามแดดสาดส่องผ่านลงมา จะเป็นสีแดงจัดตัดกับสีเขียวขจีของตะไคร่น้ำตามโขดหิน ลำธารวังกวางเป็นต้นกำเนิดน้ำตกที่มีชื่ออีกแห่งหนึ่ง คือ น้ำตกโผนพบ ซึ่งตั้งชื่อเป็นเกียรติแก่ โผน กิ่งเพชร นักชกแชมป์เปี้ยนโลกคนแรกของชาวไทย ในฐานะเป็นผู้ค้นพบคนแรก เมื่อคราวที่ขึ้นไปซ้อมมวยให้ชินกับอากาศหนาว ก่อนเดินทางไปชกในต่างประเทศ
น้ำตกตาดฮ้อง เป็นน้ำตกขนาดใหญ่ 3 ชั้น เกิดจากลำน้ำพอง ซึ่งไหลลงมาจากภูกระดึงด้านหุบเขาตะวันตกเฉียงเหนือ สองฝั่งของตาดฮ้องเป็นผาหินสูงชันมาก เมื่อน้ำตกผ่านผาหินกว้างที่ลดหลั่นเป็นชั้นๆ จึงทำให้เกิดเสียงดังกึกก้อง จากบริเวณน้ำตก มองเห็นแนวภูเขาเปลือยขวางอยู่ข้างหน้า น้ำตกตาดร้องอยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานแห่งชาติ ประมาณ 20 กิโลเมตร
น้ำตกวังกวาง เป็นน้ำตกอยู่ใกล้กับที่พักมากที่สุดในบรรดาน้ำตกบนภูกระดึง ระยะทางเพียง 750 เมตร จากจุดเริ่มต้นตรงบริเวณบ้านพัก ลักษณะน้ำตกเป็นผาหินสูง 7 เมตร ตัดขวางลำธาร ธารน้ำไหลลงยังวังน้ำเบื้องล่าง ซึ่งมีลักษณะคล้ายโพลงถ้ำมุดลงไปและบริเวณป่าใกล้ๆ ก็เป็นที่อยู่อาศัยของฝูงกวางมักจะลงมากินน้ำอยู่เสมอๆ จึงเรียกว่า “วังกวาง” บริเวณน้ำตกมีที่กว้างขวางให้ได้นั่งพักสบายๆ หลายมุม เพราะน้ำตกอยู่ไม่ไกล สามารถลงเล่นน้ำได้
น้ำตกถ้ำใหญ่ ห่างจากน้ำตกเพ็ญพบประมาณ 1 กิโลเมตร เส้นทางเดินไปสู่น้ำตกจะดูใกล้นิดเดียวสำหรับคนชอบธรรมชาติ ชมนกชมไม้ เพราะตลอดเส้นทางครอบคลุมไปด้วยป่าดิบเขาที่มีพรรณไม้ใหญ่และร่มครึ้มกว่าทุกเส้นทางน้ำตกอื่นๆ อาจได้พบต้นส้มกุ้ง (Begonia sp.) ออกดอกเป็นสีชมพู เกสรกลางสีเหลือง ชอบขึ้นตามทางในพื้นที่สูงอย่างป่าดงดิบเขา ในเส้นทางถ้ำใหญ่นี้มีทางเดินบางช่วงที่เลียบข้างลำห้วยเล็กๆ มีต้นเมเปิ้ลอยู่เป็นระยะๆ หากช่วงต้นมกราคม เส้นทางนี้จะแดงฉานด้วยใบเมเปิ้ลที่ร่วงหล่นเกลื่อนพื้นป่า ความสวยงามของน้ำตกถ้ำใหญ่จะแปลกตาด้วยโขดหินมหึมาวางทับซ้อนไม่เป็นระเบียบ ลำธารนี้ขนาบข้างด้วยต้นเมเปิ้ล ยามเมเปิ้ลแดงล่วงหล่น ขัดสีให้ลำธารหินเขียวสวยงามมีสีสันและมีชีวิตชีวาขึ้นมามากนัก
น้ำตกธารสวรรค์ จากน้ำตกถ้ำใหญ่ เมื่อออกสู่ป่าสนไม่ไกลนัก จะมีทางแยกบนลานหินสู่น้ำตกธารสวรรค์ ซึ่งอยู่ห่างจากที่พักตามเส้นทางป่าสน ผ่านลานองค์พระพุทธเมตตาเพียง 1.6 กม. เท่านั้น เป็นน้ำตกขนาดเล็ก
น้ำตกพระองค์ คล้ายกับน้ำตกถ้ำใหญ่ แต่เป็นน้ำตกขนาดเล็กกว่า เกิดจากลำธารพระองค์ไหลเป็นลำธารเล็กๆ แล้วดิ่งตกลงหน้าผาที่ไม่สูงมากนักสู่หินเบื้องล่าง ลำธารพระองค์นี้เป็นลำห้วยเล็กๆ ที่ไหลจากสระอโนดาต สระน้ำกลางป่าสนซึ่งไม่เคยเหือดแห้ง จึงมีน้ำไหลตลอดปี อยู่ห่างจากศูนย์บริการนักท่องเที่ยววังกวาง 4 กิโลเมตร
น้ำตกถ้ำสอเหนือ อยู่ห่างจากศูนย์บริการนักท่องเที่ยววังกวาง 4.8 กิโลเมตร เป็นน้ำตกขนาดกลาง สูง 10 เมตร น้ำไหลมาจากผาเป็นม่านน้ำตก บริเวณเหนือน้ำตก มีดงกุหลาบแดง ซึ่งในช่วงฤดูร้อนจะผลิดอกสร้างสีสรรค์ให้กับบริเวณนี้สวยงามยิ่งขึ้น
น้ำตกถ้ำสอใต้ อยู่ถัดจากน้ำตกถ้ำสอเหนือลงไปตามลำน้ำประมาณ 500 เมตร เป็นน้ำตกขนาดเล็กที่เกิดจากหน้าผาหินถล่มลงไป สภาพภูมิประเทศไม่ได้อำนวยให้เกิดเป็นชั้นน้ำตกเหมือนแห่งอื่นๆ
น้ำตกเพ็ญพบ อยู่ห่างจากน้ำตกโผนพบ 800 เมตร เป็นน้ำตกที่ไม่สูงนัก ลำห้วยช่วงก่อนไหลลงน้ำตกเป็นลานหินกว้าง ลักษณะคล้ายแก่งที่เต็มไปด้วยหลุมกลม
ลานหินบริเวณองค์พระพุทธเมตตา อยู่ห่างจากศูนย์บริการนักท่องเที่ยววังกวาง 500 เมตร ลานหินบริเวณองค์พระนี้เป็นจุดชมพันธุ์ไม้บนลานหิน เช่น ดุสิตา กระดุมเงิน เอื้องม้าวิ่ง ที่อยู่ใกล้ที่สุด
วังอีเมือง อยู่ห่างจากน้ำตกตาดฮ้องลงมาประมาณ 3.2 กิโลเมตร บริเวณนี้มีแก่งที่สวยงามหลายแห่ง เหมาะสำหรับนั่งพักผ่อนและลงเล่นน้ำ
น้ำตกตาดห้วยวัว อยู่ห่างจากน้ำตกตาดฮ้องลงมาประมาณ 6.5 กิโลเมตร และห่างจากหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติที่ ภด.3 (นาน้อย) ประมาณ 4 กิโลเมตร ด้านบนมีแก่งหินเล็กๆ
ลานวัดพระแก้ว หลังจากชมพระอาทิตย์ขึ้นที่ผานกแอ่นแล้ว สามารถเดินไปลานวัดพระแก้วซึ่งอยู่ห่างไปเพียง 500 เมตร เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปที่สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2463 บริเวณลานหินที่กว้างขวางมีพรรณไม้ดอกพวกดุสิตา เอื้องม้าวิ่ง ขึ้นอยู่ทั่วไป ในช่วงปลายฝนต้นหนาวจะพากันออกดอกอยู่เกลื่อนลาน
อำเภอด่านซ้าย
พระธาตุศรีสองรัก ซึ่งเป็นวัดเก่าแก่ศิลปะล้านช้างอันศักดิ์สิทธิ์ ที่นี่มีข้อปฏิบัติเกี่ยวกับองค์พระธาตุ คือ ไม่ควรนำสิ่งของทุกชนิดที่เป็น สีแดง ขึ้นไปนมัสการ เพราะเชื่อว่า สีแดง เป็นสัญลักษณ์ของเลือดและความรุนแรง ส่วนองค์พระธาตุนี้สร้างขึ้นเพื่อสัจจะและไมตรี เป็นที่เคารพบูชาของชาวด่านซ้าย ปกป้องรักษา อธิษฐานบนบานขอความช่วยเหลือที่ศักดิ์สิทธิ์วั
วัดโพนชัย อยู่ในตัวอำเภอด่านซ้าย สักการะพระพุทธรูปเก่าแก่ประจำด่านซ้าย และเยี่ยมชม พิพิธภัณฑ์ผีตาโขน ซึ่งอยู่ภายในวัดจัดให้ชมได้อย่างสวยงาม
วัดป่าเนรมิตวิปัสสนา ซึ่งก่อสร้างอย่างสวยงามอลังการบนภูเขา และสักการะพระพุทธชินราชจำลอง ที่สร้างได้สวยงามเหมือนองค์จริง
อำเภอวังสะพุง
พระพุทธบาทถ้ำผาบิ้งเลย
มีตั้งอยู่บริเวณวัดถ้ำผาบิ้ง บ้านผาบิ้ง ตำบลนาแก กรมศิลปากรจดทะเบียนเป็นโบราณสถานแห่งแรก ของจังหวัดเลยพร้อมกับพระธาตุศรีสองรัก เมื่อ พ.ศ. 2498 เมื่อนักท่องเที่ยวเดินเข้าไปในถ้ำจะ มองเห็น องค์พระพุทธบาทขนาดใหญ่อยู่บนเพดานถ้ำ ลวดลายและนิ้วพระบาทไม่ปรากฎเด่นชัด ขนาดกว้าง 2 ฟุต ยาว 3 ฟุตการเดินทางใช้เส้นทางสาย 201 (อำเภอเมือง-วังสะพุง) แล้วเลี้ยวขวา ตรงระหว่างกม.ที่ 323-324 เข้าไปตามทางอีก 7 กม. จะเห็นวัดอยู่ทางขวามือ ห่างจากอำเภอวังสะพุง ประมาณ 9 กม.
พระเจดีย์วัดป่าสัมมานุสรณ์ วัดป่าสัมมานุสรณ์
ทีบ้านโคกมน ตำบลผาน้อย ตั้งอยู่ห่างจากที่ว่าการวังสะพุงไปตามถนนราดยางสายอำเภอวังสะพุง-อุดรธานี ถึงสี่แยกโรงเรียนบ้านวังไท แยกซ้ายไปตามถนน รพช. อีก 9 กม. รวมระยะทางจากอำเภอถึงวัด 19 กม. มีพระเจดีย์วัดป่าสัมมานุสรณ์ สร้างตามแบบของกรมศิลปากรขนาดฐานองค์พระเจดีย์กว้างยาวด้านละ 25 เมตร สูง 33 เมตร ก่อสร้างด้วยโครงเหล็ก ก่ออิฐถือปูนและเคลือบด้วยกระเบื้องอย่างดี วัดป่าสัมมานุสรณ์นี้ เป็นวัดป่าวิปัสสนากัมมัฏฐาน สายพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต สร้างได้อย่างสวยงาม
เสมาหินทรายที่บ้านปากแบ่งและบ้านนาหลัก
ที่บ้านปากแบ่งและบ้านนาหลัก ตำบลวังสะพุงอยู่ห่างกัน 4 กม. โดยบ้านนาหลัก ตั้งอยู่ทางทิศเหนือ และบ้านปากแบ่งอยู่ทางทิศใต้ ทั้งสองแห่งเป็นหมู่บ้านเก่าแก่มานาน ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำเลย ปัจจุบันคือหมู่บ้านในตัวอำเภอวังสะพุง ใบเสมาบ้านปากแบ่งพบครั้งแรกเมื่อปลายปี พ.ศ. 2508 ลักษณะใบเสมามีลวดลายสลักรูปบัวบนฐาน เป็นแบบที่มีรูปพระสถูปเจดีย์ประทับอยู่ตรงกลางแผ่นเสมา โดยส่วนบนมีลักษณะรูปกรวยคล้ายกับยอดเจดีย์ที่พบในดินแดนอีสานทั่วไป ที่บ้านนาหลัก เป็นเสมาหินปักคู่สองหลัก แบบที่มีคู่สลักนูนขึ้นไปจากยอดเสมา เป็นรูปคล้าย ๆ กับสถูปเท่านั้น โดยไม่มีลวดลายใด ๆ และปี พ.ศ. 2519 พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติที่ขอนแก่นได้เก็บรักษาไว้ 1 หลัก จึงเหลือไว้ในสถานที่เดิมเพียง 1 หลักเท่านั้น กลุ่มเสมาหินที่พบในภาคอีสานแสดงให้เห็นถึง ลักษณะเฉพาะของวัฒนธรรมในภูมิภาคตั้งแต่โบราณ โบราณวัตถุที่พบในเขตนี้ทั้งของสมัยก่อนประวัติศาสตร์ด้วย เสมาหินที่พบส่วนมากเป็นศิลปะวัตถุแบบทวาราวดีและลพบุรี